ฝ่ามือ ยูไล 72 กระบวนท่า
เดิมทีปรมาจารย์ตั๊กม้อ บัญญัติยอดวิชานี้ ไว้เพื่อทำให้จิตใจสงบ และ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ต่อมาบรรดาอาจารย์หลายรุ่น ได้พัฒนาปรับปรุงกระบวนท่า ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกัน และ ง่ายต่อการฝึกฝน
เพียงแต่ที่ยากเย็น คือ พลังภายใน ที่ต้องเกิดจากความสงบนิ่งตามแบบสถาบันสงฆ์
ธรรมดาของกำลังภายในทั่วไป เกิดจากลมปราณจากจุดตั้งชั้งใต้สะดือสองนิ้ว เป็นฐานของกำลังภายใน
แต่ของทางสถาบันสงฆ์ กลับเลื่อนขึ้นจากจุดตั้งชั้งขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้สมาธิตั้งมั่นมั่นคงกว่า และลมปราณก็บริสุทธิ์กว่า พลังภายในจึงก่อเกิดมากกว่า
เมื่อชักนำไปสู่เส้นน้อยใหญ่ทั่วร่างกาย จึงเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่ผู้ฝึกวิทยายุทธ
แต่จะฝึกถึงขั้นนี้นั้น จิตใจต้องผ่องใส บริสุทธิ์ ควบคุมความคิดต่างๆ อารมณ์เป็นหนึ่งเดียวได้
อิ่วจาก้วย เมื่อบวชเป็นหลวงจีน ได้ฉายาว่า ซีเซิน ( สละชีพ) ได้เรียนรู้วิถีชีวิต ของทางสงฆ์
ระหว่างความมี กับ ความไม่มี
ระว่างความทุกข์ กับ ความสุข
ระหว่างความสว่าง กับ ความมืด
ระหว่างพลังด้านมืด กับ พลังด้านสว่าง
มีหลายอย่างที่หลวงจีนซีเซินเข้าใจว่ารู้แล้ว แต่เมื่อได้ยินได้ฟังคำอธิบายจากหลวงจีนอาวุโส แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่า ความเข้าใจของตนเองนั้น เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความรู้ทั้งมวล
สิ่งที่ตนไม่เข้าใจนั้นยังมีอีกมากมาย และ เรียนรู้อย่างไร ก็คงไม่หมดไปได้
วันหนึ่งหลวงจีนอาวุโสที่สี่ ได้เรียกหลวงจีนซีเซินไป
" เจ้าเคยฝึกวิทยายุทธมาก่อน มีประสบการณ์มากมาย อาจารย์ต้องการทดสอบเจ้า ก่อนที่จะเริ่มเรียนอะไรต่อไป
ตรงนี้มีใบไม้ เจ้าลองทำลายด้วยฝ่ามือเจ้าให้ดูหน่อย"
หลวงจีนซีเซินได้ฝึกวิชากระบี่บินมาแล้ว มีวิทยายุทธ กำลังภายในสูงล้ำ ดุจปรมาจารย์ อายุร้อยห้าสิบปี เพียงแต่เคยฝึกแต่พลังกระบี่ ไม่ถนัดเรื่องพลังฝ่ามือใดๆ
"เราลองผนึกพลังไว้ที่ฝ่ามือ ใบไม้ไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้าน แค่ใช้พลังหนึ่งในสิบก็คงพอ" คิดดังนี้ ก็ผนึกกำลังไปที่ฝ่ามือ เสื้อผ้าจีวรพองลม สะบัดเสียงพรึบพรับ รั้งฝ่ามือค่อยๆเค้นกำลังภายในให้ส่งผ่านไปที่ฝ่ามือ
พลังกำลังภายในแข็งกร้าว ทะลวงออกจากฝ่ามือหลวงจีนซีเซิน เสียงครืนๆ แทรกด้วยเสียงพริ้วไหวของใบไม้ใบหญ้าบริเวณนั้น
หลวงจีนอาวุโสที่สี่ ค่อยๆ จิบ ชา มองดูด้วยสายตาอ่อนโยน มีรอยยิ้มน้อยๆ ที่ใบหน้า
ใบไม้ทั้งหมด ก็ยังเป็นใบไม้ทั้งหมดเหมือนเดิมเพียงโอนเอนไปตามพลัง แล้วก็กลับมาที่เดิม ไม่ได้หลุดร่วงไปไหน
หลวงจีนใหม่ซีเซินถึงกับ งุนงง เพราะด้วยพลังขนาดนี้ น่าจะโค่นต้นไม้ได้ทั้งต้น แต่กลับไม่สามารถทำให้ใบไม้ปลิวจากขั้วได้
"ซือแป๋ ข้าขอลองอีกสักครั้ง " หลวงจีนซีเซินร้องบอก
หลวงจีนอาวุโส ยิ้มๆ แล้วก็ถามว่า "ที่อาจารย์บอกเจ้าน่ะ ให้ทำอะไร"
"ให้ข้าทำลายใบไม้นี้ ด้วย ฝ่าาา มือ" หลวงจีนซีเซิน ตอบไปแล้วก็คิดแว้บขึ้นมา เพราะคำว่าฝ่ามือนี่เอง
หลวงจีนอาวุโส ที่สี่ ก็มีรอยยิ้ม แล้วก็มองปฏิกิริยาของ หลวงจีนหนุ่ม
หลวงจีนซีเซิน หันหลังกลับเดินไปช้าๆ ใต้ใบไม้ที่ตนเพิ่งใช้พลังภายในซัดไปแต่ไม่สำเร็จ
หยุดยืนที่ใกล้ๆ กับกิ่งไม้ ใบไม้กลุ่มนั้น ลอยกวัดแกว่งอยู่ตรงหน้า
หลวงจีนซีเซิน มองดู
แล้วก็นึกถึงวิธีการ
ที่จะทำลายใบไม้
นึกถึงคำพูดเมื่อสักครู่
เด็ด
ฉีก
.... หันมายิ้มเขินๆกับหลวงจีนอาวุโส
.....
..
..
ใช้สติ ปัญญา ในการแก้ปัญหา
ก่อนที่จะใช้กำลัง
เรื่องง่ายๆ ขนาดเด็กๆ ทำกันได้
ก็อย่าต้องถึงกับ ทำให้เป็นเรื่องใหญ่
การมุ่งเน้นไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว
กลับทำให้ไม่เห็นสิ่งรอบตัวที่ผ่านไป
พักดูจุดที่เรายืนอยู่สักครู่หนึ่ง
เก็บเกี่ยวสิ่งรอบตัว แล้วค่อยไปต่อ
แม้พลังภายในก็เช่นกัน เมื่อเริ่มฝึก
ความต้องการที่จะให้สำเร็จ ให้เร็วดั่งใจ
กลับทำให้ความคิดอยากได้มากเกินไป
บีบให้เกิดความคิดอยากบีบให้ใจทุรนทุราย
ไม่สงบ กลับไม่เป็นผลดี
หยุดนิ่งๆ อยู่กับที่ กลับมีความรู้สึกถึง
การเคลื่อนไปของพลัง ลมปราณ
ที่ก่อเกิดจากจุดที่หยุดสนิทขยาย
ออกไปตามจุดต่างๆ รอบตัว
การที่เจ้าฝึกวิทยายุทธไปแล้ว
มีความสามารถเก่งกล้า
มีพลังภายในกล้าแข็ง นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ที่สำคัญคือ ความเหมาะสมของเรื่องราว
ว่าเจ้าใช้ สติปัญญา แก้ไข เหตุการณ์นั้นๆ อย่างไร
ถ้าเจ้าปล่อยให้อารมณ์ ความโกรธ เข้าครอบงำ
ก่อนที่จะคิดแก้ไขสถานการณ์
ความโกรธนั้นจะชักพาเจ้าไปสู่ความคิดอันเลวร้าย
เจ้าจะใช้ความสามารถไปสู่ความเลวร้ายนั้น
พลังภายในจากสถาบันสงฆ์เน้น
เรื่องความคิด จิตที่บริสุทธิ์ ละโลภ ละโกรธ ละหลง
ให้ใจสงบดุจน้ำในบ่อโบราณ
การทำลายล้างไม่ใช่วิถีของ สงฆ์
พระพุทธองค์ทรงเมตตา ต่อสรรพสัตว์
เว้นการทำลายล้าง
หลวงจีนหนุ่มซีเซิน ฟังแล้ว เหมือนจะรู้เรื่อง เหมือนจะไม่รู้เรื่อง
แต่ก็จดจำคำของอาจารย์เอาไว้ได้ เกิดความคิดขึ้นมาว่า
ที่อาจารย์บอกไม่ให้ความโกรธ เข้าครอบงำนั้น
เราก็พอเข้าใจ แต่ถ้ามีศัตรูมาจ้องทำลายล้าง วัด
เราจะทำอย่างไร เมื่อเว้นการทำลายล้างกลับ
เมื่อเค้าชักดาบ กระบี่ ไล่ฟาดฟัน เราจะต่อต้านอย่างไร
หรือจะปล่อยให้เค้าเชือดคอ ไล่ล้าง ฆ่าหมดยกวัดกันไป
อันนี้เราลองถามท่านอาจารย์ ว่าท่านจะมีคำตอบเช่นไร
"ท่านอาจารย์ เราตอบโต้ด้วยพลังฝีมือ จะเป็นฝ่ามือ กระบี่ ไม้พลอง ด้วยความไม่โกรธ มันจะเป็นไปได้เหรอครับ" หลวงจีนซีเซิน ถาม
"ใครบอกเจ้าละว่า เราจะตอบโต้ แบบนั้น "
"ศิษย์ไม่เข้าใจ สมัยศิษย์ฝึกกระบี่ ต้องรวดเร็ว แม่นยำ จี้ถึงจุดมรณะ ของฝ่ายตรงข้ามก่อน ก็เป็นการหยุดการต่อสู้ "
"แล้วเจ้าคิดว่า การฆ่านั้น มันทำให้เรื่องราวจบหรือไม่"
หลวงจีนซีเซิน ขบคิดอยู่ชั่วครู่ มองเห็นเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นคน หรือ สัตว์ต่างๆ ในโลกนี้ ก็ล้วนต้องมีการทำลายล้างกันและกัน เพื่ออาหารบ้าง เพื่อความสนุกสนานบ้าง แล้วก็มีการจองเวร อาฆาต แก้แค้น ไม่จบสิ้น แม้ตัวเองตายไป ลูกหลาน เพื่อนพ้อง ก็ตามมาแก้แค้น บู๊ลิ้มจึงไม่มีวันที่จะสงบสุขได้ มีแต่เรื่อง
"แล้ววัดมีวิถีการต่อต้านศัตรู เช่นไร วิทยายุทธที่ฝึกปรือ จะใช้อย่างไร" หลวงจีนซีเซินกลับมาที่คำถามคาใจเดิม
" เจ้าขึ้นเขามา เห็นลำธารที่เชิงเขาไหม" หลวงจีนอาวุโส ตั้งคำถาม
"เห็นครับ" เอ่อ แล้ว มันมาเกี่ยวกับการต่อต้านการใส่ร้ายป้ายสีอย่างไร หลวงจีนซีเซินครุ่นคิด
ถ้าเจ้าจะหยุดสายน้ำนี้ที่กำลังล้นเอ่อ ไม่ให้ไหลลงมาท่วมบ้านสวนไร่นา เจ้าจะทำอย่างไร
หลวงจีนซีเซน ..คิดเล็กน้อย แล้วก็ตอบไปว่า
"เรื่องน้ำเราก็ไปจัดการที่ต้นทางของน้ำ บนยอดเขา ปิดกั้น เปลี่ยนเส้นทาง ก็น่าจะพอช่วยได้"
"ถูกต้อง ถ้าเราจะจัดการให้เบ็ดเสร็จ ไม่ใช่ใช้คำว่า ตัดไฟแต่ต้นลม หรือ ขุดรากถอนโคน แต่ ใช้คำว่า ดับที่เหตุ" หลวงจีนเฒ่า พูดไปก็ชงชาไป
"ไม่ว่าจะเป็นค่าย สำนักฝ่ายไหน ฝ่ายที่เรียกตัวว่าฝ่ายธรรมะ ใช้วิชาดาบกระบี่ หมัดฝ่ามือ ฆ่าเพื่อให้หยุดการฆ่า หรือว่าฝ่ายอธรรม ใช้วิชาชั่วร้าย ลอบเร้นต่างๆ ฆ่าเพื่อสร้างความวุ่นวาย
ทั้งสองด้านก็ล้วน ใช้วิธีเดียวกัน คือ การทำลายล้าง มันก็เหมือนกัน แต่เรียกให้ดูดีแค่นั้น
ใครก็ตามที่จะทำลายล้างคนอื่นนั้น มีสาเหตุ ไม่เกินสามอย่างนี้ คือ
เพราะความโลภ
เพราะความโกรธ
เพราะความหลง
ทั้งความคิดโลภ โกรธ หลง เป็นอวิชชา ที่มีพลังมืดหรือจะเรียกว่า พลังมารก็ได้ ที่ส่งออกมา เป็นต้นทาง ของพลังฝ่ายอธรรม
หากพลังภายในด้านบวกของเจ้ากล้าแข็งกว่า มันก็เหมือนแสงสว่างที่เกิดขึ้น ขับไล่ความมืด
หากต้นกำเนิดพลังด้านมืด ลดน้อย แม้กระบวนท่าฉีกใบไม้ของเจ้าก็เอาชนะ ได้ เพราะความคิดที่จะต่อสู้กับเจ้าก็จะหมดไป
หลวงจีนซีเซิน ตาเป็นประกาย เข้าใจถึงหลักการเคล็ดลับการฝึกพลังภายใน
ไม่ใช่ ฝึกเพื่อทำลายที่ตัวตน แต่กลับฝึกเพื่อไปหยุดความชั่วร้าย ตั้งแต่รากเหง้าในใจ ทำลายความชั่วร้าย ที่แหล่งกำเนิด
อย่างนี้นี่เอง ฝ่ามือยูไล จึงขจัดดัชนีโลหิต ที่เกิดจากพลังมารล้วน
.......
.....
..
..
พระสมควร ค่อยๆ ลืมตา หลังจากสงบใจนิ่ง เสียงพระพี่เลี้ยง พูดอยู่ข้างๆ ศาลา
" วันนี้วันพระ แบ่งสายบิณฑบาตเป็นสามสายนะ พวกท่าน สำรวมใจให้ดี ระหว่างเดิน อย่าให้ใจ คิดเรื่องไม่เข้าเรื่อง เดินไปก็ภาวนาไปนะ
โยมจะได้บุญจากที่ใจพวกท่านสงบนิ่งนี่แหละ เป็นต้นทางแห่งบุญกุศล อย่าให้บาปแทรกล่ะ"
สมควร ยิ้มให้กับตนเอง ที่คิดถูกที่เลือกมาบวชช่วงปิดเทอมนี้ ..
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
สุดยอดวิทยายุทธ เขียนได้ลื่นไหลเป็นเรื่องเป็นราวดุจสายลมที่พัดพาเอาความชื่นเย็นมายังผู้อ่าน
ตอบลบใจจะมีพลัง เมื่ออยู่ที่ตั้งฐานของใจ
ตอบลบใจใส ใจสบาย อะไรก็สำเร็จ
สายสวนส้ม เป็นสายบิณฑบาตที่มีเสน่ห์จริงๆ
ก่อนจะได้พบเส้นทางดินที่นุ่มเท้า ก็ต้องผ่านเส้นทางกรวดหินเกร็ดไปก่อน สำรวมไว้
ตามติด ติดตาม จนเพลินไปเลยเจ้าค่ะ สุดยอดจะพรรณา ลึกล้ำจริงๆ ข้าน้อยขอคารวะ ไม่เคยคิดเลยว่า พระอาจารย์จะเป็นนักเขียนนวนิยายประเภทนี้ได้ยอดเยี่ยมยิ่งว่า มืออาชีพอีก กราบอนุโมทนาสาธุการเจ้าค่าาา สาธุ สาธุ สาธุ
ตอบลบสาธุๆ " ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น " ....มหาปูชนียาจารย์พร่ำสอนการดับเหตุในเหตุ ....
ตอบลบล้ำลึก
ตอบลบ