ดัชนีโลหิต

ดัชนีโลหิต

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 16 เฟ้นหาตัว




เงามืดที่ทาบทาไปยังกำแพง เมื่อหันหลังให้กับหน้าเวที  แสงจากสปอร์ตไลท์สาดส่องสว่างไสว จนไม่เห็นผู้ชมที่เข้ามากัน

เสียงครางของระบบทำความเย็น ที่คงเก่าแก่พอๆ กับห้องประชุม ยุคเรเนอซองส์ ส่งเสียงก๊อก แก๊กๆ พอให้รู้ว่ายังปล่อยลมหายใจเย็นๆ ออกมาให้ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อขนาดของห้อง และ อุณหภูมิโลกที่เปลี่ยนไป

" ไอ้พวกบนเวทีเหงื่อมันออกอย่างกะอาบน้ำนิ  น้ำหยดติ๋งๆเลย"
" เฮ้ยๆ เห็นเปล่าๆ "
เสียงแว่วๆ มาจากแถวหน้า พร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ


"ใช่ซี้สสส  หน้าปลาจวดพวกนี้ มันจะไปดูศิลปการแสดงอะไรรู้เรื่อง ก็จะมาดูแค่สาวๆ ละว้า"  ความคิดของสมควรที่ยืนกำกับการแสดงอยู่ข้างหลังม่าน

"จะไปหาตัวมาเล่นตามบทอย่างไงหว่าเนี่ย แต่ละคนก็พวกพิสดารเกาะอสรพิษทั้งนั้น  ไอ้พวกแถวหน้านี่ น่าเอามาเป็นพวกระเบิดพลีชีพดีไหม" สมควรกวาดสายตา ตามเก้าอี้แถวหน้า


นักแสดงเวที ของชมรมการแสดงมีผลงานการแสดงสม่ำเสมอ ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องสั้นๆ จบในชั่วโมงเดียว หรือ เป็นการแสดงความสามารถในด้านการเต้น การร้อง

ส่วนที่จะเป็นเรื่องเป็นราวซีรีย์แบบหนังเกาหลีนั้น ยังไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม   โครงการที่สมควรได้นำเสนอผ่านกรรมการไปแล้วนั้น ว่าเทอมหน้าแทนที่จะ มีร้องรำทำเพลง ไม่เป็นเรื่องราว ก็เอาทั้งหมดมาบรรจุลงในเรื่องราวที่ยาวตลอดเทอมเลย
จะเป็นการเรียกคนดู ให้มาติดตาม เหมือนละครตอนทุ่มนึง

ที่ประชุมก็ถกเถียงกัน พอเป็นพิธี  สุดท้ายก็มาติดตรงที่ว่า แล้วจะเล่นเรื่องอะไรล่ะ
นางสิบสอง  แก้วหน้าม้า แค่ชื่อมาแปะ ก็คงเป็นยันต์กันคน เผ่นกันทั้งโรง
เอาหนังฝรั่ง นิยายในตำราเรียน  เอานั่นๆ นี่ๆ  ตกกันไม่ลง  ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็หันมาที่ สมควร

" กรรมใดใครก่อ  ใครเสนอคนนั้นทำ"  ที่ประชุมจึงมีมติ เป็นเอกฉันท์ ให้สมควรไปเขียนนิยาย มาเป็นบทละครใช้เล่นตลอดเทอม..



จอมจินตนาการ ฟังแล้วไม่ได้หนักใจอะไร เพราะหลังจากที่เสนอไปแล้วนั้น ก็หลุดไปโลกอื่นนานแล้ว...

......
...

ปังเตอหลูเอี้ยกงกง  ช่วงนี้กระชุ่มกระชวย อาจจะเป็นเพราะรับยาที่ หัวหน้าองครักษ์จัดให้สม่ำเสมอ  หน้าตามีเลือดฝาด เปล่งปลั่ง

วิชาดัชนีโลหิตที่ เอี้ยกงกง สำเร็จนั้น สำคัญที่กำลังภายใน เป็นลมปราณเย็นที่รีดมาทางปลายนิ้ว มีพลังคมกล้าจนมีเสียงหวีดหวิว ตัดเหล็กดุจตัดหยวก

"ฝ่ามือขจัดดัชนี พระไม่อยู่ โลหิตเปื้อนปฐพี" เอี้ยกงกง รำพึงเบาๆ

เราไม่เข้าใจ ยอดวิชาขนาดนี้ ทำไมถึงแพ้แก่ฝ่ามือยูไล ของทางสงฆ์ได้
72 ฝ่ามือยูไล  ก็ไม่เคยได้ยินว่า ไร้ผู้ต่อต้าน แต่สามารถขจัดดัชนี ความลับมันอยู่ที่ใด



คิดไปคิดมาเอี้ยกงกง เริ่มสับสน หน้าตาแดงก่ำ พุ่งตัวออกมาทางบานหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่ สะบัดดัชนี หวีดหวิว บาดแก้วหู  กิ่งไม้ ใบไม้กระจุยกระจาย   ทั้งโดด ทั้งสะบัดฝ่ามือ ฝ่าเท้า ม้วนตัว พุ่งพลังดัชนี ไปรอบทิศทาง

ผ่านไปชั่วธูปหมดดอก  เอี้ยกงกง หยุดยืนสงบนิ่ง 
มองดูรอบตัว 

" แคก แคก  วันนี้ แต่งใบ ตัดกิ่งเป็นตัวกิ้งก่า ได้เหมือนมาก" 
เสียงลำพองดีใจ  คิดว่าการใช้พลังดัชนี เพื่อควบคุมลมปราณที่พลุ่งพล่านออกไปทั้งที ได้แต่งกิ่งไม้ไปด้วย ก็ดี  ดีกว่าไม่ได้อะไร 
เดินมือไพล่หลังกลับเข้า ห้องพักไปหา ชาโสมดื่มต่อไป



" เหมือนนิ" กงกงน้อยยกสำรับข้าวที่เก็บออกมาจากห้องเอี้ยกงกง  หันไปบอกเพื่อนขณะเดินผ่านพุ่มไม้รูปสัตว์เลี้อยคลานหางยาว 
" เหมือนตัวอะไร ล่ะ จะกิ้งก่า หรือจะจิ้งจก หรือ ตุ๊กแก  "   เพื่อนกงกงน้อยอีกคนถามด้วยความสงสัย
" อืมม.......... " คิดนิดนึง

"ตัวเอี้ยยย  ก็แล้วกัน " 
เพื่อเป็นเกียรติแก่ เอี้ยกงกง   กงกงน้อยๆ จึงตั้งชื่อตัวที่ไม่รู้จะเอาอะไร ให้ตามชื่อท่านเอี้ยกงกง แล้วก็หัวเราะกันตามประสาเด็กๆ

.......
...

ผู้อาวุโส ทั้งสี่ มีสีหน้าเรียบเฉย ตาที่หลุบต่ำ ซ่อนอยู่ในเงามืด ควันจากธูปที่บูชาพระ ยังลอยอ้อยอิ่ง 

" คราวนี้คิดว่า จะมีวาสนาในคราเคราะห์ " ตั้วซือแป๋รูปแรกเอ่ย
" ผู้ที่จะได้รับการสืบทอด ฝ่ามือยูไลคงจะปรากฏ" ยี่ซือแป๋รูปที่สองกล่าวตาม
" หมู่มารจะสูญสิ้น" ซาซือแป๋รูปที่สามเสริม

ทั้งสามหันมามองหน้า สี่ซือแป๋รูปที่สี่

" ไม่ต้องพูดทุกคนก็ได้" พูดเสร็จก็มีรอยยิ้ม 

เพราะคิดถึงการตัดสินใจที่จะถ่ายทอดวิชาฝ่ามือยูไล ขั้นสูงสุด ให้กับคนที่เหมาะสมแล้ว กลับกลายมาเป็นหน้าที่สำคัญที่ท่านเองต้องรับผิดชอบ

" ไปๆ มาๆ ยังไม่รู้ว่าบุรุษหนุ่มนั้นชื่ออะไร" เสียงเอ่ยเบาๆ เหมือนรำพึงกับตนเอง

"ผู้อาวุโสทั้งสี่ เมื่อมีทางออกอย่างนี้ ก็คิดว่าสถานการณ์คงผ่านพ้นไปได้  ป่าไม้มอดไหม้ แต่ภูเขายังอยู่  เราจะพยายามดูแลวัดให้พ้นภัย แต่ก็ไม่แน่ใจว่า ศึกนี้ผ่านพ้น จะสูญเสียกันเท่าไหร่  ที่เป็นห่วงก็เพียงวิชาฝ่ามือยูไล จะต้องมีผู้ที่เหมาะสมสืบต่อ" ท่านเจ้าอาวาสพูดด้วยความเด็ดเดี่ยว

......
...
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป










9 ความคิดเห็น:

  1. "เราจะพยายามดูแลวัดให้พ้นภัย แต่ก็ไม่แน่ใจว่า ศึกนี้ผ่านพ้น จะสูญเสียกันเท่าไหร่ ที่เป็นห่วงก็เพียงวิชาฝ่ามือยูไล จะต้องมีผู้ที่เหมาะสมสืบต่อ" ประโยคนี้เด็ดเลยค่ะ

    ตอบลบ
  2. น้ำมาก่อทำนบกั้น ทหารมาตั้งทัพสู้ แต่ถ้าเป็นตัว "เอี้ย" มาเอง นี่ก็คงต้องยิ่งให้รัดกุมนะท่าน..

    ตอบลบ
  3. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  4. Victor Universal10 กันยายน 2559 19:08
    "ธรรมใดเกิดแต่เหตุ ตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมนั้น" จอมยุทธ์มิว่าเล็กใหญ่ มิว่าพรรคฝ่ายเทพฝ่ายมาร ปุถุชนทั้งหลายมองเห็นกันแต่เพียงฉากหน้า แต่ต้าซือผู้ปรมาจารย์ท่านบรรลุสัจจธรรมอันแท้จริง จึงกล่าวถึงสรรพรูปนามเหล่านั้นล้วนต่างถูกเชิดชักจากเหตุในเหตุ ฉากหลังในฉากหลังซ้อนๆกันเข้าไปทั้งนั้น....แลเมื่อจะแก้ไขสิ่งหนึ่งประการใดท่านก็เข้าไปแก้ไขที่เหตุในเหตุลึกๆเข้าไป..ดังนี้แล ...อามีทอฝอ

    ตอบลบ

    ตอบลบ
  5. สำนวน ลีลา สุดยอดมาก นับถือ นับถือ

    ตอบลบ
  6. จะติดตามตอนต่อไปอย่างใกล้ชิด ครับ

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ11 กันยายน 2559 เวลา 13:07

    เยี่ยมมากเลยค่ะ สนุกมากๆจะรอติดตามตอนต่อไปค่ะ

    ตอบลบ
  8. ดรรชนีข้องเอี้ยกงกง แม้จะร้ายกาจ แต่เป็นวิชาของพรรคมาร นอกรีต. สุดท้ายต้องพ่ายแพ้ให้กับฝ่ามือยูไล ที่เที่ยงธรรม ของฝ่ายธรรมะ

    ตอบลบ
  9. แม้ภัยจะมาร้ายแรงเช่นไรก็ต้องสยบต่อฝ่ามือยูไล
    เชื่อมั่นว่ายังงัยก็ชนะ

    ตอบลบ