บทที่ 13 ทวน...ความหลัง
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ ร่ายรำทวนทมิฬพร่างพรายลายนัยน์ตา ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวนนั่งพริ้มตาเอนกายอยู่ไม่ไกลนัก
“เมื่อไรจะตั้งราชครูองค์ใหม่ สักทีนะ” ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ ส่งเสียงเหมือนบ่น เหมือนถาม
“ทำไมเหรอ มันต่างกันอย่างไร เหรอ” ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวนตอบด้วยคำถาม
“มันทำให้ดูดีขึ้นน่ะ”
“อ้อ”
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ ประทับตราลงไปบนกระดาษ หมึกสีแดงฉาน เป็นลวดลายสวยงาม
ที่ประทับตราทำจากหยกเขียวเนื้อดี ถูกวางกลับลงไปในกล่อง
“ ไม่ตั้ง ก็ไม่ได้ใช้สักที”
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ ส่งเสียงเหมือนบ่น เหมือนถาม
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ ส่งเสียงเหมือนบ่น เหมือนถาม
“รีบตั้งไม่ได้หรอก ต้องตั้งคนที่เราไว้ใจได้แน่” ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวน ตอบแบบเล่านิทาน คิดในใจว่า ที่หนี่เอ๋อพูดว่าไม่ได้ใช้ หมายถึงตราประทับหยก หรือไม่ได้ใช้หลวงจีนเฒ่าราชครูกันแน่นะ
“ตามอาวุโส ไม่ได้เหรอ” หนี่เอ๋อถามต่อ
“ไม่ได้ บางท่านก็ไม่ชอบให้เราช่วยกรองงาน”
“แต่เรามีอาชีพกรองงานเลยนะ”
“ก็รอหน่อย ตอนนี้เอาเรื่อง เกี้ยวรับส่ง ที่วัดมีไว้ ว่าซื้อมาฟุ้งเฟื้อเกินวิสัย เป็นเกี้ยวที่สร้างโดยช่างที่ไม่มีใบรับรอง หาเรื่องไปที่ต้าซือที่เราไม่ต้องการ”
“คดีเล็กน้อยแค่นี้น่ะเหรอ”
“ จะเป็นราชครู เรื่องเล็กน้อยก็ใหญ่ได้” ...สรุป
เสียง..เงียบหายไป เหมือนกำลังเรียบเรียงถ้อยคำ
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ รินน้ำชา นำมาวางไว้ใกล้ๆ มือ ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวน
….
..
ภาพความหลังครั้งเก่าเวียนเข้ามาในใจแจ่มชัด
เด็กหญิงน้อยสองคนแก้มแดงดั่งลูกท้อ หางเปียแกว่งไกว ใส่เสื้อนวมหนา จับมือวิ่งเล่นกันในท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ควันจากลมหายใจพวยพุ่งเป็นทาง ..
สองนักเรียนยืนคาบไม้บรรทัดอันเดียวกันหน้าห้องเรียน ...
สองโกวเนี้ยน้อยนั่งเบียดกัน ท่ามกลางกลุ่มทหารร่างกำยำ ดวงตาประดับด้วยยิ้มชวนฝัน ในงานราตรีที่ไหนสักแห่ง..
สาวใหญ่ แต่งตัวไว้ทุกข์ นั่งร้องไห้ตาเป็นสีเลือด อยู่ที่หน้าหลุมใหญ่ ....เขียนชื่อว่า หว่อเล่อนี่
“แม่เพื่อนเราคนหนึ่ง ยกที่ดินเพื่อให้สร้างวัดฝ่าซันซือ แต่เพื่อนเรามีความเห็นแตกต่างนิดหน่อย เลยมีปัญหากัน” ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวนเล่าความหลัง
“เพื่อนท่าน ไปไหนแล้วตอนนี้”
“นางไม่สบาย จากโลกนี้ไปหลายปีก่อน” เสียงปนความเศร้า
“ ในฐานะเพื่อนรักกัน เราอยากทำให้เพื่อนสักเรื่อง การที่เราทำเช่นนี้หวังว่าเพื่อนเราน่าจะดีใจ เสียดายที่เราไม่มีโอกาสทำให้ตอนที่เพื่อนยังมีชีวิตอยู่” ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวนพูดแบบเหนื่อยๆ
“ก็ถือว่าช่วยทำให้อาจารย์ด้วยแล้วกัน” พูดต่อแบบตัดบท
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ โค้งตัวลง ผงกศีรษะ รับอย่างนอบน้อม
“เราก็ไม่ได้เริ่มก่อนนะ พอดีช่วยกัน กับฝ่ายท่านเอี้ยกงกง เค้าจัดมา ทางเราก็จัดไปอีกทาง ผสมกันไป”
“ วัดฝ่าซันซือ เลยรับทุกทาง”
“ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต”
ฮิฮิ ฮิฮิ
.....
...
..
...
..
“สมควร ลงมาช่วยแม่ยกน้ำเร้วว” เสียงแม่ตะโกนได้ยินไปสามบ้าน
“ครับ” สมควรกดหยุดไว้ที่หน้าจอ
มีตัวหนังสือเขียนว่า ฤทธิ์เดชนางพญางูขาว บนภาพของ สองสาวสวยกับร่างงูขาวและงูเขียว เป็นแบคกราวน์
“แม่ งูขาวนี่มันไม่โดนแดดเหรอมันถีง สวยเด้งขนาดนี้” สมควรถามขำๆ
คิดในใจว่า สองตัวโน้นนนน ต้องเป็นนางพญางูพิษเฒ่า แน่แท้..
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง ไม่รู้จักการปล่อยวาง ตราบนั้นโลกก็จะมีแต่วุ่นวาย หาความสงบสุขไม่ได้อย่างเช่นทุกวันนี้
ตอบลบท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวน? หรือจะคือ.. นางงาม"ตู้กระจก" อมิตตพุทธ.. ตู้กระจกคืนชีพอีกแล้วเหรอเนี่ย แถมยังมีบุตรีด้วย.. บาปกรรม บาปกรรม
ตอบลบเนื้อเรื่องซับซ้อนเช่นนี้ อยากแท้ ที่ปุถุชนธรรมดาจะเข้าใจ แผนการอันแยบยล... น่าสงสารวัดฝ่าซันซื่อ และหมู่คณะ
ตอบลบ#ความยุธรรมจางหายไปนาน..#คงไว้แต่อยุธรรมอำมหิตน่ะ
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ#น่าสงสารประชาชนที่อดทนมายาวนาน..#กับกะลาแลนด์แดนอำมหิตที่คลุกลุกโชนด้วยกิเลสตัณหา..#ของผู้คนที่มามีอำนาจเหนือประชาชน..#แม้แต่การครอบงำวงการคณะสงฆ์ของบ้านเมือง..#ผู้คนต่างโหยหาความยุติธรรม..ซึ่งไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้ในความเป็นจริง..#แต่มันเหลือไว้เพียงแต่"ยุติธรรมอำมหิต"เพียงเท่านั้น
ตอบลบแล้วเมื่อไหร่เอี้ยกงกง จะกลับไปอยู่ในที่ที่สมควรซะทีละ?
ตอบลบอรรถรสของตัวอักษรเป็นอย่างนี้เอง ข้าน้อยเลื่อมใส เลื่อมใส เลื่อมใส
ตอบลบโลกคือละคร มีหน้าฉาก มีหลังฉาก
ตอบลบหากไม่ใคร่ครวญให้ถ่องแท้
เราคงต้องเป็นเหยื่อและหลงเชื่อละครโรงนี้ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ล้ำลึกยิ่งในอรรถรส
ตอบลบสักวัน...หอกที่ท่านผู้หญิงร่ายรำ จะย้อนกลับมาแทงตัวเอง..
ตอบลบ