"นี่มันกี่ปีแล้วล่ะท่าน " เอี้ยกงกง มองออกไปนอกหน้าต่าง มองน้ำในบึงที่กว้างใหญ่ นิ่งสงบ
"เกือบยี่สิบปี เอ้อออ... แล้วท่านกงกง ท่านกงกง ยังดู เอ้ออ...แข็งแรง ใบหน้ายังดู เอ้ออ...เต่งตึงเหมือนเดิม เหมือนเมื่อตอนเจอครั้งก่อน เอ้ออ.." หลวงจีนวัยกลางคนตอบอย่างอ่อนน้อม
เอี้ยกงกง มองดูหน้าหลวงจีนวัยกลางคน ที่นั่งอยู่ตรงหน้า แล้วก็หวนระลึกไปถึงวันเวลาที่ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ภาพความวุ่นวายในห้องนายทหารสี่ห้านาย ที่ทะเลาะถกเถียงกัน แต่ละคนก็ส่งเสียงตวาดใส่กัน มือที่กุมกระบี่ ดาบ ต่างเกร็งจนเส้นเอ็นเขียว ดีที่เอี้ยกงกงที่ไปเยี่ยมดู ค่ายทหารได้ยินเสียง ให้สงสัยว่าเรื่องอะไรที่ทำให้นายทหารที่กอดคอกันผ่านสนามรบ กันมามากมาย ถึงกับเถียงกันเป็นการใหญ่ เอาเป็นเอาตาย
" เจ้าฟังข้าพูดรู้เรื่องไหม เสบียงที่ส่งไป มันมีมากกว่า ห้าพันเกวียน ข้าจะยักยอกไปทำไม" เสียงห้าว ของนายทหารร่างใหญ่หนวดเคราเริ่มมีสีขาวประปราย
" ข้ามีพยาน " คนที่สองกล่าว
" ข้าก็มีพยาน เจ้าก็กินเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงทหาร ไปรบแทนพวกเรา แต่เจ้ากลับสมคบกันกินเบี้ยเลี้ยง.." คนที่สามตะโกนแข่ง
" แล้วเจ้าจะแก้ตัวอย่างไร ที่บอกว่าพวกกองพันข้า มันขี้ขลาด เวลาออกรบก็จะไปอยู่ด้านหลัง พูดอย่างนี้เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร " คนที่ห้า ส่งเสียงสนั่น
ทั้งหมด หยุดเสียงกระทันหัน มองที่ประตูกระโจม เห็นร่างเอี้ยกงกง ยืนนิ่งตัวตรงดุจทวน ตาแทบจะมีแสงพวยพุ่งออกมา มือที่ขาวซีดอยู่แล้ว แทบจะกลายเป็นหยก พร้อมจะกรีดผนังเหล็กให้พังทลาย
" ท่านเอี้ยกงกง " นายทหารทั้งกระโจม ยกมือคารวะ แล้วยืนนิ่ง
หลังจากสอบสวนจนได้ความแล้ว เรื่องทั้งหมด ไปสุดที่พลทหารกองหนึ่งที่แจ้งข่าวไปทุกหน่วย
เมื่อตามไปดูก็พบว่า บุคคลที่เป็นต้นเรื่องถึงกับเป็นหนุ่มบ้านนอกหน้าตา เฟอะฟะ คนหนึ่ง
มาเป็นทหารเลว ไม่ถึงปี ชื่อ ซูเหว่ย ดังไปทั้งกองพัน
แต่เพื่อนๆ ทั้งกองพัน เรียกว่า
โก่วพี้ซูเหว่ย (ตดสุนัขซูเหว่ย)
ฉายานี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะนิสัยที่ขี้ฟ้องร้อง ประโคมข่าวเกินความจริง ทั้งเล็กทั้งใหญ่ เอือมระอา กับพฤติกรรม
กุข่าว สร้างเรื่อง จนแต่ละหน่วยงานเกิดการถกเถียงกันไปหมด ปากที่พ่นลมออกมาเปรียบประดุจกับลมที่สุนัขผาย
เอี้ยกงกง สนใจทหารเลวผู้นี้เป็นยิ่งนัก
" ฝ่ามือยูไล ไร้ผู้ต่อกรจริงเหรอ เจอคนบ้าเจ้าจะทำอย่างไร แคก แคก แคก" เสียงรำพึง ปนขำ ออกจากปาก
ภาพที่เอี้ยกงกงนึกถึงผ่านเข้ามาในความคิดอย่างรวดเร็วดุจดังเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
"ปีนั้นข้าก็บอกท่านว่า จะให้ทำการใหญ่ แต่ท่านต้องทำตามที่ข้าบอก ท่านจำได้ไหม ท่านซูเหว่ย"
"จำได้ ไม่ลืมเลือน เอ้ออ... วันนั้นข้าตกใจมาก ที่ท่านสั่ง...เอ้ออ ให้ข้าไปเป็นหลวงจีน "
"แล้วชีวิตการเป็นนักบวชของท่านเป็นอย่างไรล่ะ"
"ก็ไม่แปลกใหม่
เอ้ออ...
ไม่สบายนัก หลายปีมานี้แม้จะวิ่งวุ่น ...ไปอำเภอ
เพื่อฟ้องร้องพวกหลวงจีนน้อยใหญ่ เอ้ออ
กับญาติโยมที่พูดไม่รู้เรื่อง มากกว่าไปสวดมนต์ที่โบสถ์ ก็เถอะ เอ้ออ...
แต่ก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย เอ้ออ...
เหมือนตอนเป็นพลทหาร วิ่งไปก็วิ่งมาไม่รู้จะให้วิ่งกันทำไมทั้งวี่ทั้งวัน เอ้อออ...
เอ้ออ...ขอบคุณ ที่ท่านกงกงเมตตา ให้โอกาสข้า
ท่านกงกง ตั้งแต่บวช เอ้อ...
ข้าก็ไม่ได้ใช้ชื่อฆราวาส ซูเหว่ยอีก ข้าใช้ชื่อว่าเอ้ออ
"หลวงจีนอี้ซารา" ฟังดู ต่างประเทศดี เอ้ออ...
ดี...กว่าชื่อที่ซือแป๋เฒ่าตั้งให้ว่า
"ฝ่าฮุ้ย" ( ปัญญาธรรม) แม้จะฟังดูมีคุณธรรม ดี...แต่ทุกครั้งที่มีคนเรียก
ข้าจะรู้สึกคันไปทั้งตัว เอ้อออ...
อีกอย่าง พวกหลวงจีนน้อยใหญ่ต่างเรียก ข้าว่า "โฉ้วฟงฝ่าฮุ้ย" (ลมเหม็น ฝ่าฮุ้ย) มันน่าฟ้องร้องให้หมดวัด เอ้ออ...
ครั้งนี้ เอ้ออ...
ท่านกงกงให้คนตามข้ามา คงไม่ใช่แค่มา... ถามถึงความหลังกระมัง เหอ เหอ เหอ เอ้อออ" หลวงจีนอี้ซารา กลอกตาหมุนวนรอบนึง สะแหยะยิ้ม
กงกง ยิ้มแย้มที่มุมปาก ดวงตา วาววับ
"แคก แคก แคก ท่านอี้ซารา ยี่สิบปีของท่านไม่สูญเปล่า แน่นอน" นึกในใจ มัน "เอ้ออ" จนน่ารำคาญ เฮ้ออออ แคก แคก
.........
.....
...
หลวงจีนอี้ซารา ขยับจีวรให้เข้าที่ หมุนตัวเอง ดูซ้ายขวา เรียบร้อยดีแล้ว จึงเดินออกมา กลางโบสถ์ วัดเอ๋อเหน่ย
วันนี้เป็นวันสำคัญ จากการเดินเรื่องเพียงเล็กน้อย การพูดคุยกับท่านเอี้ยกงกง มีผลจริงๆ
แม้ว่าการปกครองเป็นลำดับ ชั้น แบ่งเขตตามจังหวัด มณฑล ประเทศ
จังหวัดก็มีการปกครองแบ่งส่วนกัน เป็นเขต เป็นตำบล อำเภอ ชั้นๆ ขึ้นไป
เมื่อสองสามเดือนก่อน หลวงจีนผู้ปกครองชั้นตำบลได้มรณภาพอย่างน่าสงสัย
ทั้งๆที่อายุก็ยังไม่มากนัก แต่ไม่ทราบว่าเกิดเหตุใด ทำให้เป็นโรคปัจจุบัน มรณภาพไป
เมื่อตำแหน่งเจ้าคณะตำบล ที่เป็นตำแหน่งปกครองเขต ว่างลง ก็มีการคัดเลือกจากคณะสงฆ์ในเขตนั้นๆ
มีเสียงเล่าลือว่า หลวงจีนอี้ซารา เดินเข้าเดินออกวัดต่างๆ จนทางเป็นมัน อาศัยความที่ตนรู้จักผู้ยิ่งใหญ่หลายคน หลวงจีนทั้งหลายกลัวมีเรื่องราว
บอกกล่าวให้แต่ละวัดถ้าไม่อยากมีเรื่องราว ก็ให้ลงคะแนนให้กับตน
บางกระแสกล่าวว่า อาศัยเข้าไปในวังได้ ถึงทำให้เอี้ยกงกง ต้องส่งคนออกมาอยู่เป็นเพื่อนรับใช้ที่วัด แค่นี้วัดที่ต้องการอิงอำนาจ ก็ไม่ปฏิเสธแล้ว
วันนี้คณะสงฆ์ในเขตนั้น จึงลงมติ ให้เจ้าอาวาสวัดเอ๋อเหน่ยขึ้นเป็นหัวหน้าเขต แบบค้านสายตา
คนลิขิต หรือ จะสู้ฟ้าลิขิต
เรื่องนี้เบื้องล่าง บรรพชิตชั้นผู้น้อยอาจจะเกรงกลัว แต่ ชั้นผู้ใหญ่ มิใช่เช่นนั้น
" ประกาศฉบับนี้ ขอประกาศให้หลวงจีนฝ่าฮุ่ย หรือที่เรารู้จักคือหลวงจีนอี้ซารา.. "เสียงขาดหายไป ทุกสายตาที่ทั้ง ฝ่ายบรรพชิต และ ฝ่ายคฤหัสถ์ ต่างหันมามองที่ผู้ประกาศ
ผู้ประกาศยืนนิ่งเหมือนหุ่น ดวงตากลอกกลิ้งไปมา
"เหมือนโดนสกัดจุด" เสียงตะโกนหลุดออกมาจากกลางห้อง
"ท่านทั้งหลาย อยู่ในความสงบก่อน ไม่ต้องตกใจ" หลวงจีนเฒ่าท่านหนึ่งครองจีวรแดง คาดทองอร่าม บอกฐานะที่เป็นบรรพชิตชั้นผู้ใหญ่ ท่าทาง คงความรู้ ได้กล่าวต่อไป
"ในฐานะที่อาตมาเป็นผู้ปกครองในมณฑลนี้อันดับแรก เรื่องที่วันนี้จะมีการแต่งตั้งให้ ท่านฝ่าฮุ้ย อี้ซารา มาเป็น เจ้าคณะตำบลนั้น วันนี้ให้ยกเลิกไปก่อน" เสียงอื้ออึง ดังขึ้นทันที
แขกเหรื่อ หันมองไปมา ระหว่างหลวงจีนเฒ่า กับหลวงจีนอี้ซารา
เสียงอื้ออึงกลับมาอีกรอบ แต่ครั้งนี้ แฝงแววสบายใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
หลวงจีนเฒ่า หันมาหาหลวงจีนอี้ซารา พูดเบาๆ ว่า
"ท่านตามมา" พูดจบก็หันหลังเดินนำเข้าไปสู่ห้องด้านใน
.......
....
..
หลวงจีนอี้ซารา สะบัดจีวรออกจากร่าง กระชากประคำ กระจายไปทั่วห้อง
"หลวงจีนเฒ่า ทั้งหลาย ไม่ยุติธรรม
เลย เอ้อออ
เรียกเราไปไม่แต่งตั้ง แถมปลดตำแหน่ง ... ไม่ให้เราเป็นเจ้าอาวาสด้วย ... ก็เราแค่ใส่ตัวเลขอายุผิดไปไม่กี่ปี ในใบประวัติของเรา
ทำไม เรื่องเล็กแค่นี้ ถึงกับยกเลิกไม่แต่งตั้งตำแหน่งเจ้าคณะตำบลให้เรา" หลวงจีนอี้ซารา กำมือแน่น ตาแดงก่ำ
แถมคาดโทษเรา ห้ามโน่นนี่ มากมาย
เราประกาศตัวเป็นอิสระ ไม่ยอมขึ้นกับพวกลาเฒ่าเหล่านี้
ไปเริ่มต้นใหม่ให้มันมึนงงบ้างน่าจะดี
หลวงจีนอี้ซารา ใช้แผนจั๊กจั่นทองลอกคราบ
ลาสิกขา จากการเป็นหลวงจีน
ออกไปเดินเล่นซื้อข้าวของในตลาดมารอบนึง
แล้วกลับเข้ามาช่วงบ่าย เพื่อขอบวชใหม่อีกครั้ง
หลวงจีนอาวุโส ที่เคยบวชให้ ไม่อยากบวชให้ อี้ซารา แต่ก็โดนข่มขู่ ว่าจะอยู่กันไม่สุข ไปทั้งวัด ก็เลยต้องยอมทนบวชให้
" ซือเฮีย ทำอย่างนี้แล้วเราจะเรียกอย่างไง" หลวงจีนรูปหนึ่งถามเพื่อนรุ่นพี่
"จากซือเฮีย ลาสิกขาแล้ว ก็ไปเป็นคนธรรมดา กลับมาบวชใหม่ก็ต้องเป็นซือตี๋ ซิ " หลวงจีนคงแก่เรียนรุ่นพี่ตอบ
"แล้วใครคิดจะไปบอกเค้าล่ะว่า ฐานะเดิมใช้ไม่ได้แล้ว.. ต้องเป็นซือตี๋นะ "
"นั่นซิ เดี๋ยวจะโดน สุนัข กัด มิใช่น้อย "
คิก คิก
"แล้วคดีความที่ปลอมเอกสาร เพิ่มอายุล่ะ"
" เค้าบอกว่า หมดอายุแหละ เพราะพระรูปนั้นสึกไปแล้ว ไม่มีแล้ว เหอ เหอ ตลกดี ก็ไอ้คนที่ว่า ก็เพิ่งจะพูดกับเรานี่ แล้วทำไมไม่มี" คิก คิก
หลวงจีนอี้ซารา คิดว่าวันหนึ่ง พวกลาเฒ่าพวกนี้จะต้องได้รับการสั่งสอนจากเรา
ตอนนี้แผนท่านกงกง ใกล้ประสบผล ดูซิว่า พวกลาเฒ่าพวกนี้จะทำอย่างไร
"เหอ เหอ เหอ ไม่เป็นหัวหน้าเจ้าคณะในหมู่บรรพชิต ก็ไม่เห็นจะเป็นไร เราไปเป็นพญาราชสีห์ในหมู่แกะก็ได้" คิดแล้วก็เดินทางออกจากวัดหลีกหนีไปหาอิสระภายนอกกำแพง ที่กางกั้นระหว่างความวุ่นวาย กับความสงบ
.....
...
..
หลวงจีนอี้ซารา แม้ตัวเองไม่มีวิทยายุทธที่เด่นล้ำ แต่ก็ถือดีว่าเคยเป็นทหาร มีคนคอยหนุนหลัง ทำอะไรก็เกินตัวเสมอ
บุ๋มๆ ๆ ๆ ๆๆ
เพียงแว้บเดียว หนุ่มฉกรรจ์ราวร้อยกว่าคนก็ดำน้ำหายวับ อย่างเงียบเชียบ
ในบึงตอนนี้ แม้น้ำจะมีแรงกระเพื่อม แต่ก็ปราศจากสิ่งอื่น นอกจากต้นอ้อ มากกว่าร้อยต้น ที่ดูเหมือนจะอยู่ผิดที่ผิดทาง
"หายใจเข้าออกทางปาก ผ่านต้นอ้อ ฝึกเอาไว้ให้ดี .....กองกำลังของข้า"
"วัดไหน ข้าราชการคนไหน ที่ไม่เชื่อฟังเรา คอยดูให้ดี ไว้เจอกับกองกำลังลับ จี้ตุ้ยหยูฮู่
(ไก่ ปลาคู่ เสือ) ของเราบ้าง"
หลวงจีนอี้ซารา ทำตาเหลือกๆ ยิ้มเห็นฟันทั้งแถบ
เหอ เหอ เหอ
........
....
..
สมควรกำลังโงกเงกแบบกำลังเลี้ยงความง่วงไว้ บนรถเมล์ ได้ยินเสียงผู้หญิงวิจารณ์ เรื่องราวการบ้านการเมืองกันอยู่ อย่างออกรสออกชาติ มีเสียงสูงบ้าง ต่ำบ้าง มีเสียงดัง มีเสียงกระซิบ หัวเราะ และ จุ๊ๆ แบบว่าห้ามพูด สลับกันเป็นระยะ
"ตอนนั้นนะเธอ ฉันต้องผ่านเมืองทองทุกวัน ผ่านไม่ได้ ต้องอ้อมไป รถก็ติด ฉันละเซ็งไอ้พวกบ้านั่นมากเลย"
" เออ แปลกนะ โดนข้อหากบฏกันเป็นแถบ แล้วไง"
" ก็ไม่เห็นไง เดินขึ้นลงโรงพัก แบบว่า ไปบอกตำรวจให้ไล่จับชาวบ้านอีก ตัวเองก็ต้องคดี แบบว่านะ ฉันมามอบตัว แล้วก็เงียบสนิท... "
"เมืองนี้อยู่ยากนะ "
สมควรคิดในใจ "เห็นด้วยครับ"
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
บ้านเมืองทุกวันนี้ อ่อนด้าน น้ำใจ จึงวุ่ยวายไม่รู้จบ
ตอบลบขุมพิเศษสำหรับคนพิเศษ
ตอบลบอำนาจเมื่ออยู่ในมือคนพาล บ้านเมืองก็วุ่นวายเช่นนี้เเล
ตอบลบเมื่อใดอำนาจอยู่ในมือคนดี เมืองไทยจะเป็นไทยมหารัฐให้เห็นกันชาตินี้
เมื่อผู้ปกครองไม่ตั้งอยู่ในธรรม พวกเราพุทธบริษัท 4 ต้องรักและสามัคคีกันให้มากๆ ตั้งใจบำเพ็ญทานรักษาศีลและทำสมาธิภาวนา แล้วเราชาวพุทธก็จะพ้นวิกฤตไปได้อย่างง่ายดายค่ะ
ตอบลบทั้งเอี้ยกงกง ทั้งอี้ซารา ต่างพยายามแหงนหน้าถ่มน้ำลายรดฟ้า มีหรือจะหนีพ้นจากการกระทำของตัวเองได้
ตอบลบหลวงจีนทุศีลอี้ซาร่า แถมแถววัดก็มีต้ออ้อมิน้อย.. หรือสมควรจะ"จินตนาการ"ไปจากปิดถนนที่แจ้งวัฒนะ คงไม่หละน๊า นั่นเขา"อิสระ"ไม่ใช่อี้ซาร่าซะหน่อย เอ..แต่นั่นก็โกงพรรษาเหมือนกัน โอ๊ย..ปวดหัว
ตอบลบมาแล้วซินะ..อี้ซาร่า ก็เมื่อฝนตกแล้ว..ทั้งหลายทั้งมวลก็มากันพร้อมแล้ว จะรออยู่ไยเล่าท่านซานจือเหยี่ยน คงได้เวลาก่อกวนให้ยุทภพพปั่นป่วนวุ่นวายกันเสียที
ตอบลบยุคถิ่นกาขาว โมฆบุรุษใจบาป ได้ครองเมือง
ตอบลบ