ขันทีเฒ่าผมขาวดุจเงินยวง หลังเหยียดตรงดั่งปลายทวน แวดล้อมไปด้วย นายทหารผู้หวังลาภยศ กำลังปรึกษาหารือ
"ทุกสิ่งที่ข้าทำ เพื่อแผ่นดินนี้ล้วน ล้วน ที่ข้าบอกเจ้าในวันนี้ อย่าแพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด
มิฉะนั้นหัวของเจ้าจะย้ายที่อยู่ แคก แคก " เสียงไอเบาๆ
มิฉะนั้นหัวของเจ้าจะย้ายที่อยู่ แคก แคก " เสียงไอเบาๆ
" ท่านตรากตรำทำงานรับใช้ ฮ่องเต้ มานานปี สมควรพักผ่อน เยอะๆ" หัวหน้าองครักษ์วังหลวง กล่าวกับเอี้ยกงกง ด้วยความนอบน้อม
" วันนี้ท่านจะทานยา แบบไหน จะเป็นยาจีน หรือ ยาเกาหลี"
ใบหน้าเอี้ยกงกงที่เคร่งเครียดเมื่อสักครู่ กลับกลายแปรเปลี่ยนไปสุดที่จะบรรยาย
ใบหน้าเอี้ยกงกงที่เคร่งเครียดเมื่อสักครู่ กลับกลายแปรเปลี่ยนไปสุดที่จะบรรยาย
"เฮอะ วันก่อน เจ้าให้ยาเกาหลีกับข้า ข้าให้มันเรียกข้าว่า ฮยอง (พี่ชาย) มันก็เอาแต่เรียก ฮาลาบอจี ( ปู่ ) ฮาลาบอจี นั่น ฮาลาบอจีนี่ มารดามันเถอะ" เสียงปนหัวเราะของกงกงเฒ่า พูดออกมาพร้อมดวงตาฉายเป็นประกาย
"งั้นวันนี้ จะจัดยาเกาหลีซ้ำให้ท่านอีกสักทีนะท่าน เอี้ยกงกง "
" แคก แคก " กงกง ไอเบาเบา พร้อมกับยิ้มที่มุมปาก
หัวหน้าองครักษ์วังหลวง และเหล่านายทหาร ขอตัวเดินออกมา สวนทางกับ ชายหนุ่ม หน้าขาวชาวเกาหลีสามสี่คน ..
ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยอำนาจที่ล้นฟ้า..
ปังเตอหลูเอี้ยกงกง.. นามเดิมเอี้ยเป็ง มิใช่ขันที ที่ไต่เต้าจากขันทีน้อย ที่คอยรับใช้เจ้านายแล้วค่อยเลื่อนตำแหน่ง
แต่ขันทีเฒ่า ปังเตอหลูเอี้ยกงกงนี้ เดิมเคยเป็นแม่ทัพคุมกำลังทหาร เมื่อครั้งยังหนุ่ม
ราวสี่สิบปีก่อน หลังจากไปปราบปราม ชุมชนทางภาคเหนือ ที่เขตภูเขา ไท้ซัวจนราบคาบ
ปังเตอหลูเอี้ยกงกง.. นามเดิมเอี้ยเป็ง มิใช่ขันที ที่ไต่เต้าจากขันทีน้อย ที่คอยรับใช้เจ้านายแล้วค่อยเลื่อนตำแหน่ง
แต่ขันทีเฒ่า ปังเตอหลูเอี้ยกงกงนี้ เดิมเคยเป็นแม่ทัพคุมกำลังทหาร เมื่อครั้งยังหนุ่ม
ราวสี่สิบปีก่อน หลังจากไปปราบปราม ชุมชนทางภาคเหนือ ที่เขตภูเขา ไท้ซัวจนราบคาบ
เมื่อกลับจากทัพคราวนั้น กลับหมกหมุ่นอยู่ในจวนแม่ทัพ ปิดตัวเอง ฝึกฝนกำลังภายใน ยิ่งฝึก ยิ่งเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นแม่ทัพที่รบเคียงบ่าไหล่ กับ แม่ทัพนายกองทั้งหลาย เป็นที่ชื่นชอบ แม้จะนิยมรักใคร่ แต่ก็หวาดกลัวอยู่หกส่วน
ก็กลับกลายเป็นเฉยชา ไม่ไปมาหาสู่ ดวงตาแข็งกร้าว มือที่หยาบกร้าน โดยเฉพาะที่ดัชนีทั้งแข็ง ทั้งกร้าน ดุจดั่งหลอมจากโลหะ
ยิ่งนานวันยิ่งไม่มีใครเข้าใกล้
ก็กลับกลายเป็นเฉยชา ไม่ไปมาหาสู่ ดวงตาแข็งกร้าว มือที่หยาบกร้าน โดยเฉพาะที่ดัชนีทั้งแข็ง ทั้งกร้าน ดุจดั่งหลอมจากโลหะ
ยิ่งนานวันยิ่งไม่มีใครเข้าใกล้
เหตุการณ์ในเมืองหลวง เกิดการฆาตกรรม กันไม่เว้นแต่ละคืน ทำให้เจ้าหน้าที่ตงฉ่าง ปวดหัวไม่น้อย เพราะ คดีไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย บางวันก็เป็นพ่อค้าผู้เจนจัด บางวันก็เป็นโกวเนี้ยน้อยที่ไร้เดียงสา บางวันถึงกับเป็นคณิกาที่ใกล้ปลดระวาง
แต่ทุกคืนจะมีผู้ที่ตายจากบาดแผล รอยจุดแดงๆ บนจุดต่างๆ เลือดออกทวารทั้งหลาย เป็นสีดำคล้ำ
แต่ทุกคืนจะมีผู้ที่ตายจากบาดแผล รอยจุดแดงๆ บนจุดต่างๆ เลือดออกทวารทั้งหลาย เป็นสีดำคล้ำ
แต่ไม่ว่าจะระดมกำลัง พยายามเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครสามารถหาตัวคนร้ายพบ กลับประสบเภทภัยมากกว่าวาสนา
จนต้องขอกำลังจากหน่วยทหาร มาช่วยในการสืบค้น
"ต้องเป็นการลงมือ ของพวกมาร ที่ใช้ดัชนี " ผู้การตงฉ่าง ให้ข้อสังเกตุ
" หรือไม่ก็ คงโดนมดแมลงพิษต่อยนะท่าน " ผู้ติดตามร่วมสืบคดีที่มาจากกองทัพ เสนอความเห็น แบบที่ ผู้การต้องขบคิดเพราะมองไม่เห็นแววตา ของความขบขันจาก ผู้ติดตาม
ไม่ต้องใช้เวลาขบคิดเป็นชั่วยาม แค่มองตาของผู้ติดตามฝ่ายทหาร ชั่วผีเสื้อกระพือปีก
ไม่ต้องใช้เวลาขบคิดเป็นชั่วยาม แค่มองตาของผู้ติดตามฝ่ายทหาร ชั่วผีเสื้อกระพือปีก
"ก็เป็นไปได้นะ แมลงเดี๋ยวนี้ ชุกชุม พิษก็ร้าย "
หันไปหาเจ้าหน้าที่ตงฉ่าง "เจ้าหน้าที่ ทำบันทึกว่า ตายเพราะโดนแมลงกัดต่อย" ผู้การผู้เจนจัดต่อเส้นทางรูปคดี สรุปแบบลื่นไหล
"ครับท่าน" พวกเจ้าหน้าที่ตงฉ่าง ต่างรับคำ
ตรากตรำกันมาหลายเดือน หันมามองหน้ากันด้วยใบหน้านิ่งเฉย เห็นมีแววสมเพช ในดวงตา เพียงแว๊บเดียวก็สลายวับ กลับเป็นเฉยชาเหมือนปกติ
หันไปหาเจ้าหน้าที่ตงฉ่าง "เจ้าหน้าที่ ทำบันทึกว่า ตายเพราะโดนแมลงกัดต่อย" ผู้การผู้เจนจัดต่อเส้นทางรูปคดี สรุปแบบลื่นไหล
"ครับท่าน" พวกเจ้าหน้าที่ตงฉ่าง ต่างรับคำ
ตรากตรำกันมาหลายเดือน หันมามองหน้ากันด้วยใบหน้านิ่งเฉย เห็นมีแววสมเพช ในดวงตา เพียงแว๊บเดียวก็สลายวับ กลับเป็นเฉยชาเหมือนปกติ
แต่คดีแมลงพิษก็ทำให้กลางค่ำคืนของเมืองหลวง เงียบสนิท แม้แต่หอดาราแดง ที่เป็นแหล่งรวมนางคณิกาลือชื่อ ยังเงียบเหงา ไร้ผู้มาเยือน นั่นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากที่ แม่ทัพเอี้ยเป็งหมกตัวอยู่ในจวน
.
.
.
.
.
กลางคืนเดือนมืด มองมือไม่เห็น เสียงหยดน้ำในสระจวนข้าหลวง ดังแจ่มชัด เสียงจากปีกบางเบาของผีเสื้อกลางคืน แม้พัดเบาๆ ยังสามารถได้ยิน
เสียงแผดร้องขึ้นมาดังท่ามกลางความเงียบ ดังเสียดหู โหยหวน มาจากห้องลับในจวน ดังแทรกขึ้นมา ราวกับเสียงของคนที่ตกใจสุดขีด ปนกับเสียงหัวเราะดีใจ สลับกันกับเสียงร่ำไห้ เหมือนเสียของรัก
เหล่าทหารที่เฝ้ายามได้ยิน พอจับใจความได้ว่า
" เหอ เหอ เหอ สำเร็จ สำเร็จ เจ็ดปี แปดเดือน สำเร็จ "
" ฮือ ฮือ กระบวนท่าที่สิบห้า กระบวนท่าที่สิบห้า มันเป็นอย่างนี้เอง ฮือ ฮือ หมดเลย หมดเลย"
เหอ เหอ ฮือ ฮือ ..... มันคงบ้าไปแล้ว ทหารยามซุบซิบกัน
วันรุ่งขึ้น การปรากฏกายของท่านแม่ทัพก็เปลี่ยนไป จากชายชาติทหาร ที่ผิวกายดั่งทองแดง บุคลิกองอาจดั่งทหารเทพ ก็ปรากฏออร่าเปล่งปลั่ง เนื้อนวล เดินยิ้มแย้มทักทาย จับไม้จับมือเหล่าทหารยาม ทำตัวดุจโกวเนี้ยน้อย ...
ต่อมาจึงมีการโยกย้าย เปลี่ยนหน่วย จากคุมกำลังทหาร กลับกลายเข้าไปคุมกำลังขันทีน้อยใหญ่
ปังเตอหลู** จึงเป็นฉายาที่เหล่าขันทีน้อยใหญ่ มอบให้ท่านด้วยความยินดี
ส่วนทหารหาญที่เคยร่วมรบกับท่านเอี้ยเป็งเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลง ก็มักเรียกท่านลับหลังว่า เอี้ยจิงจิง**
ส่วนทหารหาญที่เคยร่วมรบกับท่านเอี้ยเป็งเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลง ก็มักเรียกท่านลับหลังว่า เอี้ยจิงจิง**
ผู้ยิ่งใหญ่ ปังเตอหลูเอี้ยกงกง ..เอี้ยจิงจิง
...
..
"ใครปิดโทรทัศน์ด้วย มีแต่ข่าวอะไรไม่รู้ วันสงกรานต์ ตบเท้าไปรดน้ำบ้านใคร เดินกันเบาๆ ไม่เป็นหรือไง ต้องตบเท้า " เสียงแม่แว่วมา..
**ปังเตอหลู = ปาตูหลัง
จิงจิง ภาษาจีนแปลว่า แวววาว
จิงจิง ภาษาจีนแปลว่า แวววาว
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
การกดติดตาม บอกให้รู้ว่า ควรเขียนต่อไปไหม การเขียนความเห็นไว้ให้ เหมือนดั่งน้ำฝนที่รดรินผืนดินที่แตกระแหง เป็นกำลังใจสำหรับบทต่อๆไป
ตอบลบขอบคุณที่ติดตาม
อ่านไป ก็มึนไป เพราะ สำนวน
ลบเเต่นับถือ ในความพยายาม
บูรพาไม่เเพ้...
�� �� เข้าใจเขียน นับถือ ��
ลบจบแล้วครับ มันดีครับ แต่ต้องอ่านด้วย คิดตามไปด้วย มึนไปด้วย 555
ตอบลบสุดยอดมากเลย ชอบๆๆๆ ละครตัวนี้สำคัญมากๆๆด้วยสินะ ผู้ยิ่งใหญ่ ปังเตอหลูเอี้ยกงกง ..เอี้ยจิงจิง ขอย้ำ เอี้ยจิงจิง เจ้าค่าาา
ตอบลบต้องใช้ความคิดหลายมิติ เรื่องราวเยี่ยมมากๆครับ
ตอบลบติดตามครับ
ตอบลบข้าน้อยปัญญายังด้อย...มิอาจเอี้อมติชม...ขอท่านโปรดเมตตาแนะนำด้วย
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบบทเหมือนจอมมาร ที่ฝึกวิชา จนร่างกายเดิม มิอาจรองรับได้ ต้องเปลี่ยนร่างไปเลย
ตอบลบชอบมากอยากอ่านตอนต่อไปสุดยอดเห็นตัวละครจริงเลย
ตอบลบตงฟางปุ้ป้าย... หวนคืนสู่ยุทธภพอีกแล้วเหรอเนี่ย เลือดจะนองแผ่นดิน
ตอบลบ....ยามดึกสงัดแห่งราตรีนั้น แว่วเสียงขลุ่ยครวญชวนใจไหวหวิวตามลมมาแต่ไกล ด้วยท่วงทำนองเพลงที่เหล่านักรบชายแดนต่างเคยคุ้น " จากยอดดอยแดนไกลใครจะเห็น ยากลำเค็ญ เพียงใดใจยังมั่น จะปกป้อง ผองภัยชั่วนิรันดร์ สิ้นชีวัน ก็ยังห่วงหวงแผ่นดิน..."
ตอบลบเพลงนี้ข้าน้อย เคยแว่วมาตามสายลม ตั้งแต่ตัวน้อย
ลบยอดเยี่ยม ขอคารวะ _. ตามต่อคะ
ตอบลบอ่านแล้วสนุกดี มีสาระ เบิกบานบันเทิงใจดี
ตอบลบสนุกมากๆ เหอ เหอ เหอ
ตอบลบ555ขันที เอี้ย จิง จิง
ตอบลบ555ขันที เอี้ย จิง จิง
ตอบลบวิชามารคงเปลี่ยนท่านผู้ยิ่งใหญ่ ปังเตอหลูเอี้ยกงกง..เอี้ยจิงจิง เป็นอีแอบ แบบอารมณ์วูปวาปเวลาตอบคำถามหรือไม่. ใจอยากถาม? อิ อิ คำถามจากแฟนคลับ ครับผม ว่าแล้วเดินไปนั่ง"โปรดติดตามตอนต่อไป"
ตอบลบกระจ่างในระดับนึงแต่ยังมีเงื่อนงำ ชวนติดตาม
ตอบลบปูกระดาษกล่องนั่งรอ ตอนต่อไป
งงๆ ชอบดูหนังกำลังภายใน แต่ข้าน้อยไม่ถนัดภาษากำลังใจเท่าไหร่ เจ้าค่ะ ตอนต่อไป ขอแบบเข้าใจง่ายๆ นะเจ้าคะ ท่านผู้กล้า...555
ตอบลบกราบขอคารวะ ที่ยังงง ท่านผู้กล้าโปรดช่วยชี้แนะ ด้วยเจ้าค่ะ
เอี้ยจิงจิง เอี้ย โจ่ย โจ่ย ...
ตอบลบเรื่องนี้ต้องติดตาม ตามติด ประชิดศึกครั้งใหญ่หลวง แบบกระพริบตาไม่ได้กันเลยทีเดียว
ตอบลบอ่านแล้วได้บรรยากาศในราชสำนักจีน นึกถึงพวกอำมาตย์ผู้มีอำนาจในมือ....แม้เฒ่าแล้วแต่ไม่คิดคลายอำนาจ...
ตอบลบเยี่ยมมากครับนึกว่าเป็นนักเขียนจากเมืองจีนจริงๆเลยครับ
ตอบลบข้าน้อยขอคาราวะ!!รอติดตามอ่านตอนต่อไปเจ้าค๊า!!!
ตอบลบไม่มีเวลาอ่าน แต่ก็ขอบคุณ
ตอบลบไม่มีเวลาอ่าน แต่ก็ขอบคุณ
ตอบลบข้าน้อยจะรออ่านตอนต่อไป บางครั้งก็ยัง งงๆ เหอ เหอ
ตอบลบข้าน้อยจะรออ่านตอนต่อไป บางครั้งก็ยัง งงๆ เหอ เหอ
ตอบลบโห ต้ากงกง ขันทีหัวหงอก เจ้าของฉายา นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำฮวงโห old soldier neverdie........ว้าวๆๆๆๆๆๆ ...... มหาอำมาตย์เฒ่าเจ้าเล่ห์ นี่หว่า ตายยากจัง CA Lung เจี๊ยะ.....
ตอบลบเคลียร์และฮามาก
ตอบลบ