บุรุษหนุ่มอิ่วจาก้วย ยืนนิ่งดั่งต้องมนต์สะกด สายตาถูกโกวเนี้ยน้อยนางหนึ่ง รวบเอาไว้ ใบหน้าที่งดงามดุจเทพธิดา ท่ามกลางเมฆบางๆ ที่ลอยล่อง พาใจอิ่วจาก้วยให้หวั่นไหว
เพิ่งเดินลงจากหลังวัดฝ่าซันซือ มาหลังเขาหลีกหนีผู้คน กลับมาเจอโกวเนี้ยน้อยชุดขาว
อิ่วจาก้วยหมุนซ้ายหมุนขวา ทำตัวไม่ถูก มือที่เคยจับกระบี่อย่างมั่นใจ ตอนนี้รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
สะพานก็แคบ ทั้งโยกโอนเอน กลางสายลมระหว่างหุบเขา ทั้งคู่เดินมาถึงที่ตรงกลางสะพาน
" ขอทานน้อย หลีกทาง" เสียงดุจระฆัง ดังกรุ๊งกริ๊ง แต่คำพูดที่ดูถูกคนที่เพิ่งเจอ โดยประเมินจากเครื่องแต่งตัวแบบนี้ อิ่วจาก้วย ปกติอาจจะต้องมีปากมีเสียง หรือถึงขั้นลงมือสั่งสอน
แต่วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพียงมีความคิดว่าน่าสนใจ
กระพริบตาถี่ๆ สามครั้ง
" พูดได้ด้วย " อิ่วจาก้วย หักเหเรื่อง
" เจ้าขอทาน บังอาจพูดกะข้า หลีกทาง" หน้าสวยๆ เริ่มมีริมฝีปากที่ตรงแหน่ว
" เอ้า.. ใครพูดก่อน" อิ่วจาก้วย เริ่มรู้สึกโกวเนี้ยนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง
"ไม่ได้ถาม ว่าใครพูดก่อน แต่ข้าสั่งให้เจ้าหลีกทาง หูไม่ดีหรือไง" คิ้วดั่งคันศร เริ่มขมวดเข้าหากัน
" ใครใช้ให้เจ้ามาขวางทางข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาเสนอหน้าพูดกับข้า เจ้าอยากตายหรือไร " เสียงเจื้อยแจ้ว มาเป็นชุด แม้จะดังกรุ๊งกริ๊ง แต่อิ่วจาก้วยรู้สึกไม่ค่อยไพเราะเหมือนตอนแรกแล้ว
"แม่นาง เราต่างก็เดินมาเจอกันกลางสะพาน สะพานนี้ก็ไม่ใช่ของเจ้า จะให้หลีกให้อย่างไร ท่านหลีกให้ข้าดีกว่าไหม " สติอิ่วจาก้วย กลับเข้าสู่ร่าง
" เจ้านอนคว่ำ เดี๋ยวข้าจะเหยียบข้ามไป" นางเริ่มโมโห
" ท่านจะไปไหน ฝั่งโน้นก็มีแต่วัดฝ่าซันซือ" อิ่วจาก้วยเริ่มหาเหตุผล หลังสติเข้าร่าง
" เจ้าจะมาขุดเผือกอะไร เจ้าขอทาน ข้าจะไปคุยกะหลวงจีนที่ไหน ข้าไม่บอกเจ้าหรอก หลีกไป ..." พูดไม่พูดเปล่า ชักกระบี่พู่เหลือง ออกมาแกว่งไกว ตรงหน้าอิ่วจาก้วย
อิ่วจาก้วย แกล้งทำหน้าให้เหมือนคนที่ตกใจกลัวอย่างยิ่ง เพราะเริ่มอยากรู้ว่า โกวเนี้ยน้อยนางนี้จะไปทำอะไรที่วัดฝ่าซันซือ
"ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ๆๆ" พูดพลาง เอามือจับราวเชือก แล้วปล่อยตัวให้ออกไปนอกทางเดิน เหมือนตัวที่ไร้น้ำหนักปลิวไปตามกระแสลม
นางยิ้มด้วยความสะใจ ที่เห็นอิ่วจาก้วยกลัวลนลาน ถึงกับกระโดดออกไปห้อยต่องแต่ง ไม่คิดอะไร ก็รีบเดินผ่านไปทันที
" ตกไปตาย ก็ไม่เกี่ยวกะข้า" เสียงลอยมาระหว่างที่เดินผ่าน
อิ่วจาก้วย แอบเดินตามไปห่างๆ สังเกตการณ์ว่านางมีความประสงค์ใดกับ หลวงจีนเฒ่า คู่มือหมากรุก
.......
...
"หลวงจีนเฒ่า ไม่ต้องทำมาเข้าฌาน ออกมาคุยกันซะดีๆ " นางเริ่มใช้เสียงรุกราน ทำลายความสงบ
" ... " ไม่มีเสียงตอบจากหลวงจีน มีแต่เสียงลมพัดยอดไผ่ ลู่ลมไปมา
"ข้ารู้นะว่า หลวงจีนเฒ่าอยู่ในห้อง ออกมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้นะ" นางเริ่ม อดทนไม่ได้
"ข้าอุตส่าห์ดั้นด้น มานับพันลี้ ปีนเขาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวาน กว่าจะมาถึง ครั้งนี้ถ้าไม่สอนวิทยายุทธให้ข้า ข้าจะอยู่ที่นี่ ไม่ยอมกลับ"
หลวงจีนเฒ่า อาวุโสลำดับที่สี่ ค่อยๆ เดินออกมาจากห้องหับ หยุดยืนมองด้วยใบหน้ามีรอยยิ้ม
"ประสกก็มาด้วย " เสียงเบาๆ แต่มีพลัง อิ่วจาก้วยได้ยินอย่างชัดเจน
โกวเนี้ยนางนั้น ถึงกับหันหลังกลับมา เพ่งมองอิ่วจาก้วยด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เจ้าขอทาน เจ้าตามข้ามาทำไม ที่นี่ไม่มีธุระอะไรของเจ้า" นิสัยคุณหนูเริ่มอาละวาด
อิ่วจาก้วย เดินออกมาจากหลังโขดหิน พร้อมทั้งประสานมือคารวะ มาแต่ไกล
"พอดี ข้าเห็นเสือร้ายมาเพ่นพ่านแถวนี้ เกรงว่าจะรบกวนท่านต้าซือ เลยมาดูแล ปัดกังวลให้"
พูดคุยกับหลวงจีนอาวุโส ด้วยท่าทีเคารพ โดยไม่เห็นโกวเนี้ยนั้นอยู่ในสายตา
นางยิ่งรู้สึกเหมือนไร้ค่า ไม่ได้รับการเหลียวแล อารมณ์คุณหนูระเบิดออกมา
"หลวงจีนเฒ่า กะขอทานน้อย จะมาแสดงอะไรให้ข้าดู " กลอกตา ไปมา มองดูคนทั้งสอง
"ประสก ไปแล้วหวนกลับมา คงอยากประลองหมากรุกกันอีก" หลวงจีนพูดด้วยเสียงเรียบๆ
อิ่วจาก้วย เห็นว่าหลวงจีนผู้อาวุโส คงลำบากใจในการต่อกร กับโกวเนี้ยนางนี้ คิดในใจว่า
" นางผู้นี้ ไม่ค่อยใช้เหตุผล เอาแต่อารมณ์ คงเป็นพวกที่ถูกตามใจจนเคยตัว ไม่รู้ว่าเป็นคุณหนูจากบ้านไหน จะมาขอเรียนวิทยายุทธจากหลวงจีนอาวุโส
หลวงจีนที่ไหนจะสอนให้กับอิสตรี นางมาผิดที่แท้ๆ เราได้อาศัยอาหารเจ จากหลวงจีนอาวุโส ท่านนี้บ่อยๆ
การช่วยท่านย่อมเป็นกิจที่เราพึงกระทำ
"ข้าพเจ้า ยังมีความสงสัยในการเดินหมากของต้าซือ ไม่สามารถที่จะหักใจ แม้ว่าแพ้ชนะ ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่การพ่ายแพ้ แบบหมดรูปนั้น ทำให้ข้าพเจ้าต้องมาขอแก้มือ" พูดไปก็ยิ้มไป
"เชิญๆ ประสก ทางนี้ " หลวงจีนอาวุโส ผายมือ
" แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะสอนวิทยายุทธให้ข้า"
" ขอทานนี่ มันให้อะไรเจ้า เจ้ารับเงินจากมันหรือไร ถึงได้สอนมันคนเดียว"
"วัดนี้ ทำไมเป็นอย่างนี้ ข้าเป็นแขกเหรื่อ เดินทางมาแสนไกล กลับไม่มีใครต้อนรับ เอาแต่กินแล้วนอนหรือไง"
"หากไม่สอนวิทยายุทธให้ข้า รับรองเห็นดีแน่ มีคนที่จะไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่"
"ข้าหิว นะ ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมไม่มีใครถามข้าบ้าง"
"ถ้าพวกเจ้าไม่อยากให้วัดพังพินาศ จงสอนให้ข้า เร็วๆ ไม่งั้นข้าจะจัดการให้เจ้าไม่มีที่อยู่
"ข้าทำหน้าที่ชาวยุทธที่ดี แสดงไมตรีต่อเจ้าแล้ว แต่เจ้าไม่สนใจข้าไม่สอนวิทยายุทธให้ข้า ข้าก็ไม่เกรงใจเจ้าแล้ว"
"ข้าไม่ชอบใช้อารมณ์ เอาเหตุผลมาคุยกัน ข้าเดินทางไกลมา เจ้าก็ต้องสอนข้า ไม่ให้ข้ากลับไปเสียเปล่าค่อยสมเหตุผล"
"....#$%@#$%^^&** W "
........อิ่วจาก้วย เริ่ม งง คนอะไรไร้เหตุผลสิ้นดี
......
...
สมควร นั่งทานข้าวผัดคะน้า ร้านเฮียเล็ก ในซอยบ้าน กำลังมองดูเฮียเล็กปะทะคารมกับ สาวออฟฟิศ ที่เพิ่งเลิกงานมา ดูเธอวันนี้คงไม่ใช่วันดีของเธอ อารมณ์คงค้างมาจากที่ทำงาน
" หมูเหม็นอย่างนี้ ตายเมื่อปีที่แล้วหรือเปล่า" เธอชี้ไปที่หมูในราดหน้า เสียงวีนแตก
" หมูเฮีย เมื่อกี้ยังดิ้นอยู่เลย" เฮียเล็กพูดหน้าตาเฉย ไม่รู้เหรอไงว่าเค้ากำลัง วีนแตก
" ไม่ต้องมาตลกเลยเฮีย วันนี้หมูเหม็นขนาดนี้ น่าจะเน่าแล้ว ฉันไม่จ่ายตังค์เฮียหรอก" ไม่รู้จะไปทางไหนที่จะทำให้คู่ต่อสู้โมโหด้วย ก็คิดเบี้ยวซะงั้น
"ไม่เป็นไรหนู มื้อนี้เฮียเลี้ยงเอง" พูดไปยิ้มไป สายตากลับมองข้ามเธอไปหน้าร้าน
มีสุนัขผ่านมาสองสามตัว เห่าอยู่ เหมือนส่งสัญญาณ ให้ทราบว่าพวกมันมาแล้ว
" ไอ้ตี๋ เลี้ยงข้าวหมาด้วย" ตะโกนสั่งลูกน้อง เสร็จก็หันมาคุยต่อ แต่ก็พบกับสายตาเขียวปัด ของสาวออฟฟิศนั้น
"เอาไป ไม่ต้องทอน" ....โยนเงินทิ้งไว้ที่โต๊ะ แล้วก็สะบัดก้นออกไป
สมควรกินข้าวต่อด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ..
คิดถึงพวกที่ชอบด่าว่าวัด ด่าว่าพระในเน็ทเลย
เห็นเค้าอธิบายอย่างไง ก็ไม่ฟัง เอาแต่ใจ เอามันเข้าว่า ด่าลูกเดียว
วัดเค้าคงทำกับคนที่มาด่าว่าวัดอย่างเฮียเล็กนี่แหละ
บางทีการให้ข้าวปลาแก่หมาสักตัวเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปได้ อารมณ์ของคนในร้านดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่คนที่ควรจะได้คิด จะคิดได้ไหมหนอ
เพิ่งเดินลงจากหลังวัดฝ่าซันซือ มาหลังเขาหลีกหนีผู้คน กลับมาเจอโกวเนี้ยน้อยชุดขาว
อิ่วจาก้วยหมุนซ้ายหมุนขวา ทำตัวไม่ถูก มือที่เคยจับกระบี่อย่างมั่นใจ ตอนนี้รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
สะพานก็แคบ ทั้งโยกโอนเอน กลางสายลมระหว่างหุบเขา ทั้งคู่เดินมาถึงที่ตรงกลางสะพาน
" ขอทานน้อย หลีกทาง" เสียงดุจระฆัง ดังกรุ๊งกริ๊ง แต่คำพูดที่ดูถูกคนที่เพิ่งเจอ โดยประเมินจากเครื่องแต่งตัวแบบนี้ อิ่วจาก้วย ปกติอาจจะต้องมีปากมีเสียง หรือถึงขั้นลงมือสั่งสอน
แต่วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพียงมีความคิดว่าน่าสนใจ
กระพริบตาถี่ๆ สามครั้ง
" พูดได้ด้วย " อิ่วจาก้วย หักเหเรื่อง
" เจ้าขอทาน บังอาจพูดกะข้า หลีกทาง" หน้าสวยๆ เริ่มมีริมฝีปากที่ตรงแหน่ว
" เอ้า.. ใครพูดก่อน" อิ่วจาก้วย เริ่มรู้สึกโกวเนี้ยนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง
"ไม่ได้ถาม ว่าใครพูดก่อน แต่ข้าสั่งให้เจ้าหลีกทาง หูไม่ดีหรือไง" คิ้วดั่งคันศร เริ่มขมวดเข้าหากัน
" ใครใช้ให้เจ้ามาขวางทางข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาเสนอหน้าพูดกับข้า เจ้าอยากตายหรือไร " เสียงเจื้อยแจ้ว มาเป็นชุด แม้จะดังกรุ๊งกริ๊ง แต่อิ่วจาก้วยรู้สึกไม่ค่อยไพเราะเหมือนตอนแรกแล้ว
"แม่นาง เราต่างก็เดินมาเจอกันกลางสะพาน สะพานนี้ก็ไม่ใช่ของเจ้า จะให้หลีกให้อย่างไร ท่านหลีกให้ข้าดีกว่าไหม " สติอิ่วจาก้วย กลับเข้าสู่ร่าง
" เจ้านอนคว่ำ เดี๋ยวข้าจะเหยียบข้ามไป" นางเริ่มโมโห
" ท่านจะไปไหน ฝั่งโน้นก็มีแต่วัดฝ่าซันซือ" อิ่วจาก้วยเริ่มหาเหตุผล หลังสติเข้าร่าง
" เจ้าจะมาขุดเผือกอะไร เจ้าขอทาน ข้าจะไปคุยกะหลวงจีนที่ไหน ข้าไม่บอกเจ้าหรอก หลีกไป ..." พูดไม่พูดเปล่า ชักกระบี่พู่เหลือง ออกมาแกว่งไกว ตรงหน้าอิ่วจาก้วย
อิ่วจาก้วย แกล้งทำหน้าให้เหมือนคนที่ตกใจกลัวอย่างยิ่ง เพราะเริ่มอยากรู้ว่า โกวเนี้ยน้อยนางนี้จะไปทำอะไรที่วัดฝ่าซันซือ
"ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ๆๆ" พูดพลาง เอามือจับราวเชือก แล้วปล่อยตัวให้ออกไปนอกทางเดิน เหมือนตัวที่ไร้น้ำหนักปลิวไปตามกระแสลม
นางยิ้มด้วยความสะใจ ที่เห็นอิ่วจาก้วยกลัวลนลาน ถึงกับกระโดดออกไปห้อยต่องแต่ง ไม่คิดอะไร ก็รีบเดินผ่านไปทันที
" ตกไปตาย ก็ไม่เกี่ยวกะข้า" เสียงลอยมาระหว่างที่เดินผ่าน
อิ่วจาก้วย แอบเดินตามไปห่างๆ สังเกตการณ์ว่านางมีความประสงค์ใดกับ หลวงจีนเฒ่า คู่มือหมากรุก
.......
...
"หลวงจีนเฒ่า ไม่ต้องทำมาเข้าฌาน ออกมาคุยกันซะดีๆ " นางเริ่มใช้เสียงรุกราน ทำลายความสงบ
" ... " ไม่มีเสียงตอบจากหลวงจีน มีแต่เสียงลมพัดยอดไผ่ ลู่ลมไปมา
"ข้ารู้นะว่า หลวงจีนเฒ่าอยู่ในห้อง ออกมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้นะ" นางเริ่ม อดทนไม่ได้
"ข้าอุตส่าห์ดั้นด้น มานับพันลี้ ปีนเขาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวาน กว่าจะมาถึง ครั้งนี้ถ้าไม่สอนวิทยายุทธให้ข้า ข้าจะอยู่ที่นี่ ไม่ยอมกลับ"
หลวงจีนเฒ่า อาวุโสลำดับที่สี่ ค่อยๆ เดินออกมาจากห้องหับ หยุดยืนมองด้วยใบหน้ามีรอยยิ้ม
"ประสกก็มาด้วย " เสียงเบาๆ แต่มีพลัง อิ่วจาก้วยได้ยินอย่างชัดเจน
โกวเนี้ยนางนั้น ถึงกับหันหลังกลับมา เพ่งมองอิ่วจาก้วยด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เจ้าขอทาน เจ้าตามข้ามาทำไม ที่นี่ไม่มีธุระอะไรของเจ้า" นิสัยคุณหนูเริ่มอาละวาด
อิ่วจาก้วย เดินออกมาจากหลังโขดหิน พร้อมทั้งประสานมือคารวะ มาแต่ไกล
"พอดี ข้าเห็นเสือร้ายมาเพ่นพ่านแถวนี้ เกรงว่าจะรบกวนท่านต้าซือ เลยมาดูแล ปัดกังวลให้"
พูดคุยกับหลวงจีนอาวุโส ด้วยท่าทีเคารพ โดยไม่เห็นโกวเนี้ยนั้นอยู่ในสายตา
นางยิ่งรู้สึกเหมือนไร้ค่า ไม่ได้รับการเหลียวแล อารมณ์คุณหนูระเบิดออกมา
"หลวงจีนเฒ่า กะขอทานน้อย จะมาแสดงอะไรให้ข้าดู " กลอกตา ไปมา มองดูคนทั้งสอง
"ประสก ไปแล้วหวนกลับมา คงอยากประลองหมากรุกกันอีก" หลวงจีนพูดด้วยเสียงเรียบๆ
อิ่วจาก้วย เห็นว่าหลวงจีนผู้อาวุโส คงลำบากใจในการต่อกร กับโกวเนี้ยนางนี้ คิดในใจว่า
" นางผู้นี้ ไม่ค่อยใช้เหตุผล เอาแต่อารมณ์ คงเป็นพวกที่ถูกตามใจจนเคยตัว ไม่รู้ว่าเป็นคุณหนูจากบ้านไหน จะมาขอเรียนวิทยายุทธจากหลวงจีนอาวุโส
หลวงจีนที่ไหนจะสอนให้กับอิสตรี นางมาผิดที่แท้ๆ เราได้อาศัยอาหารเจ จากหลวงจีนอาวุโส ท่านนี้บ่อยๆ
การช่วยท่านย่อมเป็นกิจที่เราพึงกระทำ
"ข้าพเจ้า ยังมีความสงสัยในการเดินหมากของต้าซือ ไม่สามารถที่จะหักใจ แม้ว่าแพ้ชนะ ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่การพ่ายแพ้ แบบหมดรูปนั้น ทำให้ข้าพเจ้าต้องมาขอแก้มือ" พูดไปก็ยิ้มไป
"เชิญๆ ประสก ทางนี้ " หลวงจีนอาวุโส ผายมือ
" แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะสอนวิทยายุทธให้ข้า"
" ขอทานนี่ มันให้อะไรเจ้า เจ้ารับเงินจากมันหรือไร ถึงได้สอนมันคนเดียว"
"วัดนี้ ทำไมเป็นอย่างนี้ ข้าเป็นแขกเหรื่อ เดินทางมาแสนไกล กลับไม่มีใครต้อนรับ เอาแต่กินแล้วนอนหรือไง"
"หากไม่สอนวิทยายุทธให้ข้า รับรองเห็นดีแน่ มีคนที่จะไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่"
"ข้าหิว นะ ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมไม่มีใครถามข้าบ้าง"
"ถ้าพวกเจ้าไม่อยากให้วัดพังพินาศ จงสอนให้ข้า เร็วๆ ไม่งั้นข้าจะจัดการให้เจ้าไม่มีที่อยู่
"ข้าทำหน้าที่ชาวยุทธที่ดี แสดงไมตรีต่อเจ้าแล้ว แต่เจ้าไม่สนใจข้าไม่สอนวิทยายุทธให้ข้า ข้าก็ไม่เกรงใจเจ้าแล้ว"
"ข้าไม่ชอบใช้อารมณ์ เอาเหตุผลมาคุยกัน ข้าเดินทางไกลมา เจ้าก็ต้องสอนข้า ไม่ให้ข้ากลับไปเสียเปล่าค่อยสมเหตุผล"
"....#$%@#$%^^&** W "
........อิ่วจาก้วย เริ่ม งง คนอะไรไร้เหตุผลสิ้นดี
......
...
" หมูเหม็นอย่างนี้ ตายเมื่อปีที่แล้วหรือเปล่า" เธอชี้ไปที่หมูในราดหน้า เสียงวีนแตก
" หมูเฮีย เมื่อกี้ยังดิ้นอยู่เลย" เฮียเล็กพูดหน้าตาเฉย ไม่รู้เหรอไงว่าเค้ากำลัง วีนแตก
" ไม่ต้องมาตลกเลยเฮีย วันนี้หมูเหม็นขนาดนี้ น่าจะเน่าแล้ว ฉันไม่จ่ายตังค์เฮียหรอก" ไม่รู้จะไปทางไหนที่จะทำให้คู่ต่อสู้โมโหด้วย ก็คิดเบี้ยวซะงั้น
"ไม่เป็นไรหนู มื้อนี้เฮียเลี้ยงเอง" พูดไปยิ้มไป สายตากลับมองข้ามเธอไปหน้าร้าน
มีสุนัขผ่านมาสองสามตัว เห่าอยู่ เหมือนส่งสัญญาณ ให้ทราบว่าพวกมันมาแล้ว
" ไอ้ตี๋ เลี้ยงข้าวหมาด้วย" ตะโกนสั่งลูกน้อง เสร็จก็หันมาคุยต่อ แต่ก็พบกับสายตาเขียวปัด ของสาวออฟฟิศนั้น
"เอาไป ไม่ต้องทอน" ....โยนเงินทิ้งไว้ที่โต๊ะ แล้วก็สะบัดก้นออกไป
สมควรกินข้าวต่อด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ..
คิดถึงพวกที่ชอบด่าว่าวัด ด่าว่าพระในเน็ทเลย
เห็นเค้าอธิบายอย่างไง ก็ไม่ฟัง เอาแต่ใจ เอามันเข้าว่า ด่าลูกเดียว
วัดเค้าคงทำกับคนที่มาด่าว่าวัดอย่างเฮียเล็กนี่แหละ
แต่คนที่ควรจะได้คิด จะคิดได้ไหมหนอ
คนหน้างาม ทำไมทำอะไร "งามหน้า" แท้
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวยสวยจริยาใช่ตาหวาน.. อิ่วจาก้วยเอ้ย โลกนี้ยังมี"สตรี"เช่นนี้อีกเยอะเลย...
ตอบลบสำนวนยังกับนักเขียนมืออาชีพเลย สรุปก็ดีมองเห็นเหตุการณ์ปัจจุบัน แถมได้อรรถรถ สนุก ภาพสวยๆ กราบอนุโมทนาบุญเจ้าค่ะ สาธุ
ตอบลบสตรีในวังหลวงมักมีนิสัยเช่นนี้แหละ.. แสดงว่านางถ้าไม่มาจากวังหลวงก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน..
ตอบลบคมมากครับ
ตอบลบโกวเนี้ยน้อยคงมาจากตระกูลผู้ดีมีอำนาจล้นฟ้า ถึงวางตัวต่อผู้อื่นอย่างเอาแต่ใจและไร้เหตุผลเยี่ยงนี้ จริงดังท่านว่า...คนหน้างาม ทำไมทำอะไร "งามหน้า" แท้... เพราะจิตใจมีแต่ความโลภความอยากได้ของผู้อื่น เที่ยววางอำนาจโดยไร้เหตุผล เห็นแก่ตัว ไม่เคยเห็นหัวใคร โลกถึงวุ่นวายดั่งทุกวันนี้
ตอบลบถึงแม้โลกมองไม่เห็นการกระทำของตัว
ตอบลบแต่อย่างน้อย ตัวเราก็เห็นตัวเรา
หากเราทำแต่ความดี จิตมันจะยิ้มอยู่ถายในมีความสมหวังเป็นรางวัล
หากเราทำไม่ดี เอาแต่ได้ มองไม่เห็นค่าของคนอื่น ตัวเราเองนั่นแหล่ะ จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้นเป็นคนแรกและมีความทุกข์ใจ ทุรนทุลายใจเป็เครื่องตอบแทน
จงทำแต่ความดี ดีกว่า จะสุขใจทุกเมื่อเลย
สาธุ..เจ้าคะ
ลบเอาแต่ใจตนจนเคยเป็นนิสัย หลงตัว หลงผิดคิดว่าตัวเองถูกเสมอจน,มองไม่เห็นความดีของใคร....เรืีองราวอ่านสนุก น่าติดตาม ได้ข้อคิดดีมากค่ะ
ตอบลบหมาป่าอยากกินลูกแกะ. ไม่ว่าจะให้เหตุผลอย่างไร ก็ยังผิดเสมอ คนพาลย่อมต้องเอาชนะด้วยวิธีแบบอันธพาล.
ตอบลบเล่นกับหมา หมาเลียปาก ให้โอกาสโจรทำดีเท่ากับ ยืดเวลาทำความชั่วเพิ่มขึ้น
ตอบลบ2เรื่องนี้น่าอ่านมากเลยปนขันชวนคิดดีจัง55555
ตอบลบ2เรื่องนี้น่าอ่านมากเลยปนขันชวนคิดดีจัง55555
ตอบลบสุดยอดเลยคาะอ่านสนุก
ตอบลบสุดยอดเลยคาะอ่านสนุก
ตอบลบสุดยอด อ่านสนุก ให้ข้อคิดที่ดีมากค่ะ
ตอบลบ