ค่ำคืนอันหนาวเหน็บ บุรุษในชุดเครื่องแบบตงฉ่าง สองสามคน นั่งถูมืออังกับไฟที่ก่อขึ้นมา ฟืนแตกส่งเสียงดัง ท่ามกลางความเงียบ ..
มีเสียงจากโซ่ตรวนของผู้ต้องขัง ดังมาเป็นระยะ ความหนาวเย็นที่แทรกซึม ไปตามโซ่ตรวน ไม่มีใครที่จะหลับลงไปได้ แต่ก็พยายามไม่ขยับตัวเพื่อสัมผัสความเย็น
อาศัยห้องขังที่ทั้งเย็นทั้งชื้น ผู้คุมสองสามคน เข้าเวรยาม ต่างก็พูดคุยฆ่าเวลายามค่ำคืนให้ผ่านพ้น
"ข้าย้ายสังกัดมาเข้าหน่วยงานตงฉ่างตั้งแต่เริ่มตั้ง นับว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้ง " ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าขยับตามจังหวะการพูด ผู้คุมหน้าตาเหี่ยวย่น น่าจะเป็นหัวหน้าเวรยามเริ่มเรื่อง
"นี่ก็ใกล้วันที่ ๓ ตุลา จะครบรอบปีที่ ๑๔ ของการก่อตั้งตงฉ่างแล้ว" ผู้คุมหน้าขาวซีดต้องเค้นเสียงออกมา ฟังแปร่งๆหู
"เฮ้อออ.. "เสียงถอนหายใจ ดังขึ้นพร้อมๆ กัน
"จะอยู่กันถึงเหรอ" เสียงที่เค้นออกมากับ สายตาลอยบนใบหน้าขาวซีด
"นั่นนะซิ พี่ท่าน" ผู้คุมที่ร่างเล็กสุดนั่งเงียบๆ มานาน ตัดพ้อ
"เรื่องนี้ มันพลาดได้ไง" หัวหน้าส่งเสียงถาม
"มันก็ทำกันมาหลายรายแล้วนะ คนเราก็มีเกิด เจ็บ ตาย มันก็ตายทุกวันนั่นแหละ" คนหน้าขาวตอบเสียงแปร่งๆ
"แต่ไม่น่ามาตาย ระหว่างถูกคุมขัง ด้วยวิธีพิศดาร " ผู้คุมร่างเล็กเสริม
"ก็มันทำกันจนคุ้น เรื่องจัดการแบบนี้ เพื่อปิดคดี ปกปิดเรื่องราว" หัวหน้าพูดแบบ สรุป
"พวกเราตัวเล็กตัวน้อยก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย" ผู้คุมหน้าขาวกล่าวต่อ
"นี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เมื่อก่อน ข้าไปเดินที่ร้านตลาด พอเห็นตราที่ข้าแขวน สาวๆ ออกมายิ้มแย้มทักทาย" ผู้คุมร่างเล็ก ทำหน้าตาบ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย
"แล้วเดี๋ยวนี้เป็นไง" หัวหน้าสนใจถาม
"มันเอาน้ำสาด"
"เฮ้อออ.." เสียงถอนหายใจ ดังขึ้นพร้อมๆ กัน
"หรือว่าหน้าที่กำจัด ขยะสังคม มิใช่หน้าที่พวกเรา ชาวบ้านถึงได้ออกมาวุ่นวาย ถามหาเรื่องการตายที่เกิดภายในนี้" ผู้คุมหน้าขาวปรารภ
"คนที่ตายก็มิใช่คนที่ทุกคนรู้จัก แถมยังเป็นคดีความกันด้วย ทำไมเกิดวุ่นวายได้" ผู้คุมร่างเล็กกล่าวด้วยความสงสัย กล่าวต่อไปว่า
ที่ชาวเมืองให้ความสนใจเพราะ การตายแบบไม่แนบเนียน มีเงื่อนงำ แบบนี้ กลัวว่าวันหนึ่งตนเองอาจจะโดนใช้วิธีนี้
ครั้งนี้เลยรวมตัวกันต่อกรกับอำนาจรัฐ เพราะความกลัวแท้ๆ
"เฮ้อออ.." เสียงถอนหายใจ ดังขึ้นพร้อมๆ กัน
"ข้าว่า เพราะอาปื๊ด แน่เลยที่ลงมือ
อาปื๊ดมันต้องแอบย่องเข้ามา ผ่านด่านสามสิบหกด่าน ขึ้นไปถึงชั้นหก ผ่านเวรยามหนาแน่น ค่ายคูประตูกล แถมยังมีรหัสกุญแจ ที่มีเฉพาะแต่เจ้าหน้าที่คุมขังทราบ " ผู้คุมร่างเล็กกล่าวด้วยตาวาวกระทบแสงไฟ"
"มันต้องไปรีดหาข้อมูลเกี่ยวกับเงินทอง" ผู้คุมหน้าขาวซีด
"มันคงได้ข้อมูลแล้วถึง ปิดปาก " ผู้คุมร่างเล็กรับลูก
"หรือว่า มันไม่ต้องการให้เปิดปากตั้งแต่ต้น เพื่อสาวไปถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง" หัวหน้าหน้าย่นกล่าว
"แต่ข้าก็สงสัยว่า ทำไมมันผ่านด่านเข้าไปทำให้คนในห้องปิดสนิท ตายได้" ผู้คุมหน้าซีด พูดขำๆ
"ดูจากการตาย เกิดจากฝ่ามือที่กระแทกไปที่ชายโครงขวา จนอวัยวะภายในบอบช้ำ" หัวหน้าหน้าย่นเสริม แบบกระแนะกระแหน
"แต่หัวหน้าใหญ่บอกกับ ประชาชนว่า ตายเองนะ ผูกคอตาย กับบานพับ" ผู้คุมร่างเล็กละล่ำละลักกล่าว
ทุกคนหันมามองหน้าคนพูด ดุจดั่งมองเห็นตัวประหลาด
"เฮ้อออ.. "เสียงถอนหายใจ ดังขึ้นพร้อมๆ กัน
"เมื่อวานนี้ หัวหน้าใหญ่เรียกประชุม ระดับหัวหน้าแผนกน้อยใหญ่ บอกว่า" หัวหน้าหน้าย่น พูดด้วยเสียงราบเรียบ
"ข้อแรก ขณะนี้ เกิดการออกไปพูดขัดแย้งกันเอง ในเรื่องรูปคดีความ เรื่องหลักฐาน การดำเนินการ ทำให้อาจจะส่งผลต่อสถานะการคงอยู่ของตงฉ่าง
ข้อสอง ให้ทุกคนหยุดการพูดต่อสาธรณชน และช่วยกันสร้างภาพที่ดี ต่อประชาชน
ข้อสาม ต้องพยายามไม่ให้เกิดเรื่องใดๆ ในช่วงนี้ อดทน และไม่ไปหาเรื่องภายนอก"
"ข้าว่านะ เรื่องทั้งหมดที่มันไปพูดๆ กันน่ะ มันก็ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ยิ่งพูดยิ่งเลอะเลือน" ผู้คุมหน้าซีดแสยะยิ้ม กล่าว
"เดี๋ยวมีการบันทึก เดี๋ยวไม่มีการบันทึก เดี๋ยวเก็บไว้ได้ เดี๋ยวไอ้ที่เก็บไว้เสียหาย อะไรวุ่น แค่ตายเพราะอะไร ยังสรุปไม่ได้ จะแขวนคอทำอัตวินิบาตกรรม หรือ โดนฝ่ามือทำลายอวัยวะพวกเจ้าว่า มันน่าขำไหม" ผู้คุมร่างเล็ก กล่าวด้วยความเซ็ง
"เฮ้อออ.." เสียงถอนหายใจ ดังขึ้นพร้อมๆ กัน
"ไอ้พวกที่มันมาติดคุกตารางที่นี่ เรานั่งเฝ้ามันมาหลายปีแล้ว เปลี่ยนไปมานับไม่ถ้วน ที่ตายก็บ่อยๆ ไม่เห็นเป็นอะไร " ผู้คุมร่างเล็ก รำพัน
"เราออกจะเมตตาต่อพวกมัน ดูแลมันอย่างกับเป็นเทพเทวดา จะกินอยู่หลับนอน ก็ต้องคอยปรนนิบัติ บริการ ในขณะที่มันนอนหลับสบาย เราต้องถ่างตานั่งเฝ้าพวกมัน ทำไมเบื้องบน ไม่ปูนบำเหน็จเราบ้าง " เสียงรอดไรฟัน สำเนียงแปร่งๆ ของผู้คุมหน้าซีด ทำเอาบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป
"ครั้งนี้ กลับเรียกเราไปด่าจนไม่มีที่เก็บคำด่าแล้ว มารดามันเถอะ" หัวหน้าหน้าย่นคล้อยตาม
"เฮ้อออ.. "เสียงถอนหายใจ ดังขึ้นพร้อมๆ กัน
เสียงโซ่ตรวน ครูดไปกับพื้น เบาๆ เสียงแหบแห้งดังมา
"นายท่าน ข้าขอน้ำ" เสียงนักโทษ ดังแผ่วเบา
" เฮ้ย เอ็งจะเรียกร้องอะไรวะ เพิ่งให้ไปเมื่อ สองชั่วยามที่แล้ว (สี่ชั่วโมง) ไม่ใช่บ้านเอ็งนะโว้ย"
" เลียกำแพงไปก่อนก็แล้วกัน "
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ....เฮ้อออ.. เสียงถอนหายใจ ดังขึ้นพร้อมๆ กัน
........
...
..
ถ้วยชาปลิวละลิ่ว กระทบพื้นเฉียดหน้า กงกงน้อย น้ำชากับเศษถ้วยกระเบื้อง กระจายไปทั่วพื้น
"ข้าน้อยผิดไปแล้ว ๆ ๆ เอี้ยกงกงให้อภัยด้วยๆ " กงกงน้อยหมอบโขกศีรษะ ถี่ๆ
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกะเจ้า ไสหัวไปไกลๆ" เอี้ยกงกง พูดเสียงเย็นชา
กงกงน้อยลนลาน เก็บกวาดเศษถ้วย เช็ดพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนออกไปจากห้อง
"ตงฉ่างมันทำงานของมันอย่างไง เรื่องแค่เล็กน้อยเท่านี้ก็ทำให้เกิดเป็นเรื่องราว ลือไปทั่วทั้งเมือง
กับการตายของผู้ต้องหาสักคน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เสียการงานเรื่องอื่นหมดสิ้น อยู่ในมือแท้ๆ
จากที่ต้องการให้ไม่มีใครสนใจ กลับดึงความสนใจของคนทั้งแผ่นดินมาที่ตงฉ่าง
แล้วหน่วยงานที่เป็นแบบนี้จะทำงานลับต่อไปได้อย่างไร
งานลับที่เราให้หน่วยนี้ ไปจัดการ เป็นเรื่องที่อยู่ในเงามืด ก็จะไม่ลับ ไม่สามารถอยู่ในความมืดได้อีก
แล้วจะทำอย่างไร
เพราะความปรองดอง สมานฉันท์ มันต้องมีค่าใช้จ่าย ทำอะไร ก็ใช้ตังค์ทั้งนั้น เมื่อใช้งานจบแล้ว
ตามหลัก นกสิ้นเกาทัณฑ์ซ่อน ก็ต้องกำจัดผู้ที่รู้ความลับทั้งหมด ก็ธรรมดา
แต่นี่มันกลับทำเรื่องให้คนอื่นสงสัย แล้วยังออกมาพูดโน่นนี่ ส่งเดช ทำให้เพิ่มความน่าสงสัยขึ้นไปอีก
หัวหน้าใหญ่ตงฉ่าง เราก็เลือกไปเอง มันกลับมาบอกว่า ห้ามคนของมันไม่ให้พูดมากแล้ว
ก็มันพูดไปหมดแล้ว จะเหลืออะไรให้พูดอีก น่าจับมันไปให้ชาวนาใช้แทนกระบือจริงๆ
หรือจะยุบหน่วยงานนี้
แล้วจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เอาคนเดิมไปสังกัดที่ใหม่ จะได้เอาไว้ใช้งานลับๆ ต่อไป
เดี๋ยวให้แม่ทัพทำคำสั่ง
ด้วยการกระทำที่ไม่น่าไว้ใจ จึงมีคำสั่งยุบ
แล้วกระจายคนเดิมไปที่ใหม่ แคก แคก แคก
ไม่งั้น งานหาเรื่องวัดจะให้ไอ้หน้าโง่หน่วยไหนไปทำได้ เพราะเรื่องนี้ มันต้องฟังคำสั่งเราอย่างเดียว จะฉลาดหรือ มีศีลธรรมไม่ได้
ต้องกระบือล้วน ไม่มีโคปะปน ถึงจะเหมาะกับการไปหาเรื่องรังแกวัด
เบื้องบนสั่งมา ก็ทำไป
ตอนนี้ฝ่ายสงฆ์เอง ก็ยังขาดราชครู การสั่งงานบังคับต่างๆ ก็ยังวุ่นๆ ทางฝ่าย ท่านผู้หญิงเจี่ย กับทีมงาน ก็ไม่ค่อยสะดวกลงมือ
ก็ต้องอาศัย ไอ้หน่วยงี่เง่าที่ไม่รู้จักพูดนี่อีก อยู่ดี
แคก แคก แคก .... อยู่มาจนแก่ ก็เพิ่งได้ยิน เอาถุงเท้า มาผูกกับบานประตู... มันเอาส่วนไหนคิด อยากเปลี่ยนตรา ให้มันจริงๆ
.......
...
.
"เอาสีขาวรองพื้นไปก่อน อย่าลืมเอาอะไรปูกันเปื้อนด้วยล่ะ" เสียงรุ่นพี่ตะโกนสั่ง
สมควรปูหนังสือพิมพ์บนเวที เตรียมทาสี เห็นแต่ละหน้ามีแต่เรื่องของ หน่วยงานรัฐกับรูปบานพับ ถุงเท้า เต็มไปหมด ทำให้สงสัยว่ามันเรื่องอะไรกันนี่ อ่านคร่าวๆ แล้ว ก็รู้สึกเซ็งในชีวิตว่า
"นี่เราต้องอยู่ในความมืดมนของยุคไหนหนอ ขนาดอยู่ในการดูแลควบคุมขนาดนี้ ยังไม่ปลอดภัย
เรื่องศาลเตี้ย เมื่อไหร่ มันจะหมดไปสักที ระเบียบ กฏหมายต่างๆ ก็คงไม่สามารถทำให้คนดูแลกฏหมาย ปฏิบัติตามกฏหมายเองได้
ถ้าไม่มีคุณธรรมอย่างไรแล้ว ก็หาทาง หาช่องแหกกฏหมายอยู่ดี
แต่ถ้ามีศีลธรรมควบคุมแล้ว กฏหมายที่เขียนไว้ก็คงจะศักดิ์สิทธิ์กว่านี้
......
...
.
สมควรปูหนังสือพิมพ์บนเวที เตรียมทาสี เห็นแต่ละหน้ามีแต่เรื่องของ หน่วยงานรัฐกับรูปบานพับ ถุงเท้า เต็มไปหมด ทำให้สงสัยว่ามันเรื่องอะไรกันนี่ อ่านคร่าวๆ แล้ว ก็รู้สึกเซ็งในชีวิตว่า
"นี่เราต้องอยู่ในความมืดมนของยุคไหนหนอ ขนาดอยู่ในการดูแลควบคุมขนาดนี้ ยังไม่ปลอดภัย
เรื่องศาลเตี้ย เมื่อไหร่ มันจะหมดไปสักที ระเบียบ กฏหมายต่างๆ ก็คงไม่สามารถทำให้คนดูแลกฏหมาย ปฏิบัติตามกฏหมายเองได้
ถ้าไม่มีคุณธรรมอย่างไรแล้ว ก็หาทาง หาช่องแหกกฏหมายอยู่ดี
แต่ถ้ามีศีลธรรมควบคุมแล้ว กฏหมายที่เขียนไว้ก็คงจะศักดิ์สิทธิ์กว่านี้
......
...
.
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
ต้องติดตามอย่างจดจ่อ สำนวนสุดยอดมากครับ
ตอบลบก็พวกเจ้าเป็นเยี่ยงนี้ ผู้คนจึงพากันก่นด่าและตั้งฉายาแก่พวกเจ้าว่า "สุนัขขี้เรื้อนของพรานเจ้าเล่ห์" อันที่จริงข้าไม่อยากให้สุนัขหรือกระบือต้องถูกนำมาเปรียบเปรยให้เสียชื่อเผ่าพันธุ์เยี่ยงที่เป็นอยู่เลย
ตอบลบล้วนแล้วแต่กระบือล้วนๆจริงแหละนายท่าน.. จะหาโคซักตัวก็มิอาจหาได้ เฮ้อ.. มันน่าให้เอี้ยกงกงจับไปเป็นพวก.. ตอหด ตอหาย ซะให้หมด
ตอบลบลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน น่าติดตามจนวางไม่ไม่ลงเลยเจ้าค่ะ ในตงฉ่างมีกระบือ ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก ที่มิใช่กระบือก็อยู่ตงฉ่างไม่ได้ เลยพากันไปบวชที่วัดฝ่าซันซือกันหมด น่าสนุกชวนติดตามจริงๆ จิบน้ำชารอตอนต่อไปอยู่นะเจ้าคะ สาธุๆๆ
ตอบลบตราอันใหม่เหมาะมากมาย
ตอบลบขี่ม้าเลียบค่ายช่างแยบยลจริงๆ
ตอบลบขี่ม้าเลียบค่ายช่างแยบยลจริงๆ
ตอบลบเจ็บจี๊ดดดดดดเลยไหม?
ตอบลบดี เอส อาย !!!
ถ้ายังไม่หยุดกระทำความชั่ว
บาปกรรมมันจะตามมาตอบสนองอีกไม่นาน
เจ็บจี๊ดดดดดดเลยไหม?
ตอบลบดี เอส อาย !!!
ถ้ายังไม่หยุดกระทำความชั่ว
บาปกรรมมันจะตามมาตอบสนองอีกไม่นาน