"เมื่อจีนตั้งธนาคาร มีเงินสกุลหยวนส่งออกไปเป็นเงินที่ใช้จ่ายแทนได้ในต่างประเทศ
เงินดอลล่าร์ ก็เริ่มไม่เสถียรภาพ..พ าพ พพ พ พ พ พ..."
เสียงอาจารย์เศรษฐศาสตร์ พูดอะไรสักอย่าง จากหน้าชั้น สมควรเห็นแต่ปากของอาจารย์ เคลื่อนไหวไปมา แต่คำพูดเหล่านั้นไม่สามารถชำแรกผ่าน เข้าไปสู่เนื้อเยื่อสมองได้เลย
" เฮ้ย.. อาจารย์แกส่งเสียงทางลมปราณหรือไงวะ" สมควรหันไปถามเพื่อน.. สายตามองหน้าเพื่อนเริ่มเลอะเลือน
" บ้านมึงอยู่ปายใช่ไหม เมื่อคืนย้ายไปอยู่บาดาลแล้วมั้ง"
"เออเนอะ ฝนภูเขามาทีเดียวท่วมเลย"
เสียงใครดังเบาๆ มาจากหลังห้อง
สมควรได้ยินแว่วๆ ก่อนที่จะเริ่มดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์ กลางห้องเลคเชอร์
...
..
"ท่านครับ เราจะข้ามแม่น้ำตรงนี้นะครับเมื่อคืนน้ำหลาก กัดเซาะสะพานพังไป ตอนนี้มีแต่ตรงนี้ที่น้ำตื้นหน่อย แต่ก็ยังมีน้ำไหลแรง ท่านจะข้ามฝั่งไป ตอนนี้หรือว่าจะรอ ครับท่าน" เจ้าหน้าที่คนสนิทถาม
ต้าปู้ ใจก็อยากจัดการกับงานรังแกหลวงจีน ให้เสร็จสิ้นเร่งเร้าให้ หน่วยงานตงฉ่างเร่งจัดการ ทั้งร้อยห้าสิบสาขา
ด้วยระดับฝีมือ ต้าปู้ แม่น้ำแค่นี้ มิใช่ปัญหา แค่เศษไม้ชิ้นเดียวลอยน้ำ ก็สามารถใช้วิชาตัวเบา ข้ามพ้นไปได้
แต่ปัญหากลับอยู่ที่ เจ้าหน้าที่ตงฉ่างที่เหลือ กับ รถม้าที่นำมา จะข้ามไปอย่างไร
" พักแรมกันบนเนินเขา คืนนี้พรุ่งนี้รอให้น้ำลดความแรงแล้วค่อยข้ามไป วัดไม่หนีไปไหนหรอก " ต้าปู้ สั่ง
คิดถึงคำสั่งที่ให้มาจัดการกับหลวงจีนทั้งหลาย ต้าปู้คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ว่าเป็นเพราะเหตุไร หลวงจีนอยู่ตามป่าเขา เป็นที่พึ่งทางใจให้กับชาวบ้านร้านป่า จะไปเกี่ยวข้องกับราชสำนัก
คำสั่งที่ตกมา ก็ตกมาเป็นทอดๆ ไม่รู้ที่มา ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก็เพียงเป็นบทสรุป ที่อ่านแล้วก็รู้ว่า คงมิใช่เหตุผลที่แท้จริง
"ต้าซือน้อยใหญ่วัดฝ่าซันซือ ได้ขยายสาขาออกไปทั่วทุกแคว้น โดยไม่ขออนุญาต รุกล้ำป่าสงวน ทำให้อาจจะเกิดภัยต่อความไม่มั่นคงของราชสำนัก จึงให้หน่วยงานตงฉ่าง ไปเร่งจัดการตรวจสอบ "
#จัดการเหมือนเดิม
ต้าปู้อ่านแล้วอ่านอีก ทอดถอนใจ กล่าวกับตัวเอง "หน่วยงานลับ เอกสารก็ลับ ถามกลับก็ไม่ได้ ก็ลับกันไปหมด ราชสำนักที่ไม่มั่นคง หากวัดวาอารามผู้คนอยู่กันมีความสุข เดี๋ยวมันจะมั่นคงเกินไปหรือไร "... ต้าปู้ ก็งง เหมือนกัน
การเดินทางย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย ยังดีที่สำนักการเงินที่หนึ่งแห่งจงหยวน ได้ตั้งระบบการแลกเงิน ด้วยตั๋วแลกเงินที่พกพาสะดวก นำไปแลกเป็นเงินได้ทุกมณฑล
นึกถึงเรื่องตั๋วแลกเงิน มือก็จับไปที่หน้าอก ที่มีตั๋วแลกเงินปึกใหญ่ซ่อนตัวอยู่
" ท่านผู้หญิง ทราบว่า นายท่านจะออกเดินทางไกลจึงให้ข้าน้อย นำของกินเล่นระหว่างทางมามอบให้ " คนรับใช้จากวังในนำกล่องเล็กๆ มาส่งให้ แต่ไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติม
ต้าปู้ เพียงรู้สึกตามสัญชาตญาณของอาชีพว่า คงเกี่ยวกับคำสั่งที่ได้รับให้มาปฏิบัติรังแกหลวงจีนแน่นอน
"ทำการค้าก็ต้องคำนึงถึงผลตอบแทน" คำนี้ผุดขึ้นมาในใจต้าปู้ รอยยิ้มเย็นเยือก
..........
...
แม้เป็นยามเช้า อรุณยังไม่ขึ้น หยดน้ำค้างยังเกาะอยู่บนยอดหญ้าแวววาว
พื้นที่ในเขตวังในแบ่งเป็นตำหนักเล็กน้อย มากมาย เรียงรายด้วยที่อยู่ของ เจ้าหน้าที่มากมายก่ายกอง
ในแต่ละส่วนงานที่ดูแลรับใช้ ฮ่องเต้ และพระมเหสี ก็จะต้องมีหัวหน้าสายงานต่างๆ คอยกำกับดูแล
ยามนี้ เสียงคนทำงาน
เสียงยกของ
เสียงเทน้ำ
ควันอันพวยพุ่งจากหม้อที่ต้มน้ำ
ในบรรดาหัวหน้าสูงสุด ที่ดูแล การเป็นอยู่ เสื้อผ้า หน้าผม พระกระยาหาร ขึ้นอยู่กับท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวน เพียงคนเดียว
เจี่ยตู้จวน หมายถึงพืชชนิดหนึ่ง มีใบดุจปลายทวน เรียวแหลม ดอกสีม่วง
เจี่ยตู้จวน หมายถึงพืชชนิดหนึ่ง มีใบดุจปลายทวน เรียวแหลม ดอกสีม่วง
ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวน มีประวัติยิ่งใหญ่ ลูกสาวของท่านข้าหลวงเจี่ย เป็นข้าหลวงสนองงานของฮ่องเต้องค์ก่อน ดูแลเรื่องคดีความต่างๆ เป็นคนเที่ยงตรง ตัดสินให้กับประชาชนดุจเดียวกับเปาบุ้นจิ้น
ท่านผู้หญิงเจี่ยต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เยาว์วัย แต่ก็ได้นิสัยความเที่ยงตรงมา แม้ว่าได้เข้ามาอยู่ในเขตวังในตั้งแต่ยังอยู่ในรุ่นสาว ระหว่างที่ใช้ชีวิตในเขตวังใน กลับได้รับความเมตตาจาก ท่านแม่ทัพใหญ่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน นำไปฝึกฝนทั้งงานการบ้านการเรือน และวิทยายุทธ เพื่อใช้ในการดูแล เป็นองครักษ์ใกล้ชิดให้กับนายน้อยทั้งหลาย
ดังนั้น น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ท่านผู้หญิงเจี่ยตู้จวน จะมีวิทยายุทธติดตัว มิใช่ดาบ กระบี่ อย่างวีรสตรีทั้งหลาย แต่อาวุธคู่มือท่านผู้หญิงเจี่ย กลับเป็นหอกทมิฬ ที่ฝึกมาจากท่านแม่ทัพใหญ่นั่นเอง
หอกทมิฬ ว่องไวดุจอสรพิษ เร้นลับหนักแน่น เคลื่อนไหวดุจหมอกควัน ปลิดชีพแล้วยังไม่รู้ตัว...
ปีนี้ท่านผู้หญิงเจี่ย มีอายุครบแปดสิบ หลังจากเหน็ดเหนื่อยในการบงการการฝึกฝน การดูแล งานในวังทั้งหลาย ให้เหล่านางสนมกำนัล ถึงกับตั้งเป็นโรงเรียนภายในราชสำนัก
ปีนี้ได้วางมือ ส่งทอดงานให้กับผู้สืบทอดงานเพื่อจะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสบาย ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้การดูแลงานในราชสำนักไว้กับศิษย์นับพัน แต่วิชาหอกทมิฬ กลับรับศิษย์เพียงคนเดียว
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ ศิษย์เอกรับถ่ายทอดทั้งยอดวิชาทวนทมิฬ และงานที่ต้องทำภายนอกราชสำนัก
"ศิษย์ อวยพร วันเกิดครบแปดสิบปี ของซือแป๋ ให้แข็งแรง อายุนับร้อยนับพันปี " ท่านผู้หญิงเหนี่ยนหนี่เอ๋อ คุกเข่ามือประคองถ้วยชา เหนือศีรษะ
ท่านผู้หญิงเจี่ย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอันอบอุ่น รับถ้วยชาจากศิษย์เอกเพียงคนเดียว กระซิบถามเบาๆ
"เรื่องที่ซือแป๋ให้ไปจัดการ เจ้าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว" ใบหน้าแม้ประดับรอยยิ้ม แต่เหนี่ยนหนี่เอ๋อ กลับรู้สึกถึงรังสีเย็นยะเยือก
"ตอนนี้ ต้าปู้ตัวโง่งม กำลังไปไล่จัดการสร้างความปั่นป่วน คาดว่าไม่ทันย่างเข้าฤดูชิวเทียน ใบไม้ยังร่วงไม่หมด หลวงจีนคงร่วงหมดก่อน" เหนียนหนี่เอ๋อตอบเบาๆ ราวเสียงแมงหวี่
" อย่าให้มันรู้ว่าใครสั่ง " คำพูดที่เป็น คำประกาศิต ทำเอาเหนียนหนี่เอ๋อ ต้องรีบคำนับหัวจรดพื้น สามครา
"ซือแป๋ อายุยืนยาว"...... จัง หนี่เอ๋อคิดต่อในใจ
"ศิษย์ อวยพร วันเกิดครบแปดสิบปี ของซือแป๋ ให้แข็งแรง อายุนับร้อยนับพันปี " ท่านผู้หญิงเหนี่ยนหนี่เอ๋อ คุกเข่ามือประคองถ้วยชา เหนือศีรษะ
ท่านผู้หญิงเจี่ย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอันอบอุ่น รับถ้วยชาจากศิษย์เอกเพียงคนเดียว กระซิบถามเบาๆ
"เรื่องที่ซือแป๋ให้ไปจัดการ เจ้าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว" ใบหน้าแม้ประดับรอยยิ้ม แต่เหนี่ยนหนี่เอ๋อ กลับรู้สึกถึงรังสีเย็นยะเยือก
"ตอนนี้ ต้าปู้ตัวโง่งม กำลังไปไล่จัดการสร้างความปั่นป่วน คาดว่าไม่ทันย่างเข้าฤดูชิวเทียน ใบไม้ยังร่วงไม่หมด หลวงจีนคงร่วงหมดก่อน" เหนียนหนี่เอ๋อตอบเบาๆ ราวเสียงแมงหวี่
" อย่าให้มันรู้ว่าใครสั่ง " คำพูดที่เป็น คำประกาศิต ทำเอาเหนียนหนี่เอ๋อ ต้องรีบคำนับหัวจรดพื้น สามครา
"ซือแป๋ อายุยืนยาว"...... จัง หนี่เอ๋อคิดต่อในใจ
เมื่อราชสำนักต้องมีการจัดงานไม่ว่างเว้น การดูแลประสานงานกับฝ่ายสงฆ์ ก็เป็นหน้าที่ของท่านผู้หญิงเจี่ยมาก่อน ซึ่งบัดนี้ก็ได้มอบหมายให้ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ จัดการต่อไป
การดูแลงานราชพิธีนั้น เป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน จะต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้ และ เหล่าขุนนางอำมาตย์ รวมถึงราชครูผู้เป็นใหญ่สุดในฝ่ายสงฆ์
สมัยท่านผู้หญิงเจี่ย สามารถดูแลเบ็ดเสร็จในเรื่องนี้ สามารถเข้าไปควบคุมดูแล กิจการวัดน้อยใหญ่ผ่านนามของท่านราชครู เจ้าอาวาสวัดใด จะทำการใหญ่น้อย ติดต่อท่านผู้หญิงเจี่ย เพื่อกรองงานให้กับท่านราชครู
เนื่องจากประสิทธิภาพการกรองงาน เป็นเอกอุ จึงไม่มีงานอะไรผ่านไปถึงราชครูให้ท่านต้องกังวล ทุกอย่างท่านผู้หญิงเจี่ยตัดสินใจได้
"ไว้เรื่องใหญ่ๆ ค่อยส่งไป เรื่องแค่นี้ เดี๋ยวประทับตราแทนให้ " ..หยิบ ตราประทับที่ห้อยไว้ที่เอวดุจสัญลักษณ์ประจำตัว ประทับคำสั่งน้อยใหญ่เสมอ "สามสิบปีนี้ ไม่มีเรื่องใหญ่สักเรื่อง เฮ้อ " !!
เนื่องจากประสิทธิภาพการกรองงาน เป็นเอกอุ จึงไม่มีงานอะไรผ่านไปถึงราชครูให้ท่านต้องกังวล ทุกอย่างท่านผู้หญิงเจี่ยตัดสินใจได้
"ไว้เรื่องใหญ่ๆ ค่อยส่งไป เรื่องแค่นี้ เดี๋ยวประทับตราแทนให้ " ..หยิบ ตราประทับที่ห้อยไว้ที่เอวดุจสัญลักษณ์ประจำตัว ประทับคำสั่งน้อยใหญ่เสมอ "สามสิบปีนี้ ไม่มีเรื่องใหญ่สักเรื่อง เฮ้อ " !!
แล้ววันหนึ่งก่อนที่ท่านราชครู จะถึงแก่กาลมรณภาพทิ้งสรีระร่างไป กลับปรากฏ วัดฝ่าซันซือ มีส่งเสียงต้าซือเป็นผู้นำ ซึ่งท่านผู้หญิงเจี่ยไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้
เพราะเห็นว่าวัดนี้ เพิ่งก่อร่างสร้างตัว มีหลวงจีนไม่กี่รูป แม้จะมีวิทยายุทธสูง แต่การบริหารงานวัดไม่ใช่การฝึกวิทยายุทธ ต้องมีทักษะในการจัดการ จึงทำให้คิดว่าอย่างไรเสียก็คงไม่มาเป็นภัยอะไรต่อการเข้าควบคุมวัดน้อยใหญ่ของ นางได้
ต่อมาภายหลังเมื่อมองเห็นการเติบโต ของวัดคิดจะเข้าไปควบคุม ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เมื่อเห็นประชาชนหลั่งไหลเข้าไปจุดธูปเทียนแล้ว ความรู้สึกเสียดาย กลายมาเป็นอิจฉา ริษยา เมื่อไม่ได้ ก็ต้องไม่มีใครได้ กลายเป็นคิดทำลายในที่สุด
ถึงกับเคยออกจดหมายสั่งจับเจ้าอาวาสด้วยข้อหา ขยันสอนสั่งประชาชน จนหลงเชื่อ เกิดศรัทธา มากเกินไป
นับเป็นข้อหาผัดกะเพรา สิ้นคิดมาก ไปๆ มาๆ ก็สืบสวนเอาความอะไรไม่ได้ แต่ก็ย้ำรอยแค้นไว้ในใจ
"ภูเขาโยกย้ายได้ หากไม่ทิ้งความเพียร แม้ตัวเราทำไม่สำเร็จก็ให้ลูกหลานทำต่อ"
ท่านผู้หญิงเหนียนหนี่เอ๋อ จึงรับดำเนินการต่อในฐานะผู้สือทอดหอกทมิฬรุ่นที่สอง
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
เหนียนหนี่เอ๋อ มีผู้สืบทอดหรือเปล่าครับ
ตอบลบ"ซือแป๋ อายุยืนยาว"...... จัง
ตอบลบไม่ใช่แค่หนี่เอ๋อที่คิดต่อในใจหรอก 555
เห็นทุกตัวละครครับ แต่กลับซ่อนอยู่ แต่เรารู้ว่าคุณคือหอก. หอกใกล้หักครับ
ตอบลบอ่านแล้วรู้สึกคุ้นมาก เทียบเคียงแล้วช่างใกล้เคียงเรื่องราวยุทธภพยุคนี้เลยครับท่านต้าซือ
ตอบลบพืชชนิดหนึ่ง มีใบดุจปลายทวน เรียวแหลม ดอกสีม่วง.. เด็กๆแถวบ้านผมเรียกดอก"อังกาบ"ครับ ส่วน"หนี่เอ๋อ"ไอ้ตี๋มันบอกแปลว่า.. บุตรี คนจีนนี่ตั้งชื่อแปลกๆ ชื่อบุตรีก็มีด้วยนิ เอาอีก เอาอีก ซือแป๋ อยากรู้ว่าหอกทมิฬเก่งแค่ไหน จะสู้ ดรรชนีโลหิต ของเอี้ยกงกง เอี้ยจิงจิงได้ป่าว
ตอบลบโหดเพราะอิจฉา อิจฉาบังตาเลยมองไม่เห็นความดีของคนอื่น เซ็งเป็ดกับพวกอิจฉา
ตอบลบลึกซึ้งยิ่งนักครับ ข้าน้อยขอคารวะ 1 จอก
ตอบลบสุดยอดเลยครับ สำนวนจีนกำลังภายใน ใครอ่านก็ต้องคารวะ แฝงไว้ด้วยปรัชญาและดวงตาเห็นธรรม
ตอบลบเรื่องราวของจีน ช่างคล้ายกับสถาณการณ์ ปัจจุบัน ที่มีวัดดี วัดดัง กำลังถูกลังแก และใส่ร้าย กรรมจะตามสนอง พวกคิดร้ายต่อผู้ ทำดี
ตอบลบด้วยข้อหาผัดกะเพรา สิ้นคิดมาก นี้ ขำจริงๆ
ตอบลบเป็นเมนูยอดฮิตและสิ้นคิด มีคนสั่งผัดกะเพราไข่ดาว
จนเป็นเก๊าส์ มาจนทุกวันนี้ โปรดทำอะไรที่สร้างสรร
ให้แก่ราชสำนักบ้างท่านผู้หญิงเอ๋อ แม่หอกหัก
นางนี่เองที่ถือหอก
ตอบลบ