แดงเฉิดฉายบาดตา บนชายผ้านางระบำ ที่กำลังหมุนตัวไปตามเสียงของเพลงที่เร่าร้อน
แดงดุจเดียวกับสีเลือด ที่ฉีดออกจากลำคอ
ดัชนีโลหิต..
วิทยายุทธฝ่ายมาร หายไปจากยุทธภพห้าสิบปี กลับมีผู้ฝึกสำเร็จ
เปลี่ยนแปลงคนจาก ขาวเป็นดำ จากชายเป็นไม่ชายไม่หญิง จิตวิปริต
แต่เป็นวิชาไร้ผู้เทียมทาน
"ฝ่ามือขจัดดัชนี พระไม่อยู่ โลหิตเปื้อนปฐพี"
กลัวแต่ผู้ฝึก 72 ฝ่ามือยูไล ที่จะกำราบ
"""""""""""""
"""""
แคก แคก เสียงไอเบาๆ ของปังเตอหลูเอี้ยกงกง ทำเอาขันทีน้อย ถึงกับสะดุ้ง
"ไปตาม ท่านหัวหน้าองครักษ์มาหาข้าหน่อย" ขันทีน้อย โค้งหัวแทบติดพื้นรับคำสั่ง วิ่งออกไปด้วยความเร็ว
"มันตกใจอะไรของมัน "
ดวงตาที่มองตัวหนังสือ แข็งกร้าวราวมีไฟพวยพุ่ง
เพราะชีวิตที่ ต้องเข่นฆ่า ขจัดผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ
เพราะการใช้คนตายเป็นบันไดขึ้นไปสู่ความสำเร็จ
ทำให้เกิดความระแวงในทุกสิ่ง
"คืนนี้ มันจะไปเจอใครที่ไหน หรือมันจะใช้วิธีไหน มาฆ่าเรา" ขันทีเฒ่า รำพึง มือกำกระดาษจนป่นเป็นผง
....
..
เล้าอุกอิก นอกจากจะผูกไมตรีกับเสนาอำมาตย์ผู้ใหญ่ ผู้น้อย แล้ว ขันทีน้อยที่ทำหน้าที่สำคัญๆ เล้าอุกอุกก็มีการวางเครือข่าย ผูกไมตรี มักจะส่งของกินเล่น ของใช้ต่างเมือง ไปให้เสมอ ทำให้สามารถเข้าถึงทุกส่วนในราชสำนัก
ใหม่ๆ เล้าอุกอิก ก็ไม่ได้ตั้งใจจะวางโครงข่ายสิ่งใด เห็นแก่เด็กขันที ที่ทั้งลำบาก ทั้งน่าสงสาร งานหนักพูดไม่ได้ ไร้ชื่อเสียง ไร้อีกหลายอย่าง
เล้าอุกอิก รักเด็กเห็นขันทีน้อยๆ ที่ทำงานกันตัวเป็นเกลียวตั้งแต่เล็ก ก็นึกถึงม้านาว บุตรคนเดียวที่มีทีท่าว่าจะเป็นอันธพาลประจำเมือง วันๆไม่ทำสิ่งใดให้เกิดประโยชน์ จะกินจะนอน เรียกหาแต่คนมารับใช้ ช่างน่าสมเพช
เล้าอุกอิก ปีหนึ่งกลับมาถึงบ้านเมืองหลวงไม่กี่วัน แต่ละวันก็หมดเวลาไปกับการเอาข้าวของ เงินทองไปเดินเล่น แจกจ่ายอำนวยความสะดวกในการทำการค้า
.....
..
" แม่ คืนนี้ คนชุมนุมกันเพียบเลย "
" เอ็งจะไปไหมล่ะ "
" แม่ ไปเหรอ "
" ผมเขียนงานน่ะแม่ แม่กลับอย่าถึงเช้านะ ผมขี้เกียจต้มมาม่า"
" เออน่ะ ไม่ต้ม เอ็งก็ไปเซเว่นแล้วกัน"
.......
..
อั้งยี่(ตัวหนังสือสีแดง หมายถึงพรรคฟ้าดิน) รวมตัวกันในเขตชนบท ต่อต้านราชสำนัก ด้วยความรู้สึกไม่เป็นธรรม มีการสร้างโครงข่ายติดต่อ ผ่านพรรคกระยาจก มีการส่งรหัสลับ ในการติดต่อ สั่งการ
เล้าอุกอิก ก็ได้รับข่าวสารการรวมตัวต่อต้าน มีข้อมูล พรรคเหนือ พรรคใต้ ข่าวนี้ถ้าไปถึง เอี้ยกงกงได้ เล้าอุกอิกคิดว่า คงได้รับบำเหน็จรางวัลสมราคาข่าว
"ครั้งนี้ นับเป็นการค้าไม่มีขาดทุน ขายข่าวนี้อาจจะได้ ร้านในเมืองหลวงเพิ่ม ฮิฮิ ฮิฮิ"
คืนนี้ เล้าอุกอิก บอกพวกเด็กน้อยขันที ทั้งหลาย ให้มารวมกัน มีของเอาไปกำนัล ขันทีน้อย เขียนจดหมายลับถึงกัน
คืนนี้ ยามสองไม่พบไม่เลิก ที่เดิม
เล้าอุกอิก มีเส้นสายภายในวังหลวง เดินเข้านอกออกใน ไปถึงชั้นที่ไม่หวงห้ามได้ตลอดเวลา ค่ำนั้น หลังจากนำยาสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่แพทย์หลวงสั่งไปส่งให้เรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปที่ ห้องหับที่พวกขันทีน้อยแอบมาหลบนอนกินขนมกัน
เปิดประตูเข้าไป เสียงเฮ ดังลั่น ขันทีน้อยมองตามมือของเล้าอุกอิกที่มักจะหอบของมาให้
"ให้ข้าเข้าไปก่อน ให้ข้าเข้าไปก่อน " เล้าอุกอิก ทั้งพูดทั้งดันตัวเด็กน้อยขันทีทั้งหลาย เข้าไปในห้อง
แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรกับของที่ให้ แต่การที่ให้คนนอกอย่างเล้าอุกอิกมาพบกับคนรับใช้ใก้ลชิด ที่เข้านอกออกใน ในวังในได้นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำได้
แต่ด้วยความไว้ใจ และเห็นกันมานาน พวกทหารยามทั้งหลาย ก็ได้ลาภไปด้วย
" เอาของกงกงน้อย ทุกคน เหมือนกันๆ " เล้าอุกอิก มอบของให้เด็กน้อยขันที ด้วยความนอบน้อม
เด็กน้อย ส่งเสียง ขอบคุณ ทั้งของใช้ และเงินก้อนเล็กๆ สี่ห้าก้อน สะท้อนแสงแพรวพราว
"มา มา คืนนี้ ใครไม่หมดตัวห้ามกลับ"
ขันทีน้อย ที่ทำหน้าที่อยู่กับเอี้ยกงกง ส่งเสียง ชวน
เสียงกรุ๊งกริ๊ง ของลูกเต๋า วิ่งวนลงไปในชาม เสียงตะโกน ที่ตัวเองแทงไว้ ดังกระหี่ม
อั้ง(แดง) คู่ คี่ ยี่ (สองในภาษากวางตุ้ง) บนลูกเต๋า สีแดง มีหนึ่งกับหก แทงแบบ เอาสีดำ สีแดง
เสียงเชียร์ตะโกนกัน
ทันใดนั้น ประตูห้องที่ลงกลอนไว้ พลันแตกกระจาย ใบหน้าที่ปราศจากแววปราณี ดวงตาที่แทบจะมีแสงพวยพุ่ง เพ่งมองไปรอบห้อง
เล้าอุกอิก .. ลุกขึ้น น้อมตัวหัวจรดพื้น เห็นผู้ที่ปรากฏกาย ดูจากสีหน้าแล้ว คืนนี้เอาชีวิตกลับไปได้ ก็ถือว่ากำไร
"ท่านเอี้ยกงกง ดึกแล้ว "
"แคก แคก เล้าอุกอิก บังอาจนัก "
ขันทีน้อยทั้งหลาย เงียบกริบดุจปากถูกเย็บ นั่งนิ่งเป็นหินแกะสลัก หมอบอยู่กับพื้นไม่กล้าแม้กระทั่งเงยหน้ามอง ฝ่าเท้า เอี้ยกงกง
ข้าได้ยินเสียงโห่ร้อง สนับสนุน อั้งยี่ ดังไปไกลกลบวังหลวง พวกเจ้าบังอาจนักกินในเอาใจออกห่าง สมควรตายกันทั้งหมด..
ขนหลังเล้าอุกอิกลุกไล่ไปถึงศีรษะ เย็นวาบเข้าไปในทรวงอก มองเห็นอนาคตของเด็กน้อยทั้งหลาย คงอยู่ไม่ถึงเห็นแสงตะวัน
คิดวนเวียนแล้ว แทนที่จะก้มลง กลับถอดแหวนหยกสามวงใส่ฝ่ามือยกขึ้นท่วมหัว แสงของหยกสาดส่องชอนไชนัยน์ตา ที่แข็งกร้าว
แสงอ่อนนุ่ม เขียวขจี ช่างมีมนต์สะกด ทำเอาสายตาที่แข็งกร้าว แปรเปลี่ยน
"เล้าอุกอิก ดัชนีของเราฆ่าคนมามากมายก่ายกอง เจ้าคิดว่าแหวนของเจ้าจะทำอะไรเราได้"
เสียงของเอี้ยกงกง เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลเล็กน้อย
ตาที่แข็งกร้าวกลับกลายเป็นวูบวาบตามแสงไฟกระทบ กับแหวนหยก
เล้าอุกอิก หมอบคลาน เอาแหวนเข้าไปให้กับ เอี้ยกงกง อย่างนอบน้อม
"ทำไมมันพอดีกับนิ้วข้า มาก แคก แคก"
"เมื่อสักครู่ เจ้าทำอะไร เล้าอุกอิก" เอี้ยกงกง หันไปมองเด็กน้อยขันที
" อ้อ ข้าน้อย นำขนมเล็กน้อย มามอบให้แก่กงกงน้อย กงกงน้อยออกจะดีใจเสียงดังไปบ้าง กลางคืนดึกดื่นแบบนี้ คงได้ยินไปไกล ข้าน้อยขออภัย"
" เจ้าก็รู้ว่าถังหรือขันแดงนั้น ข้าไม่ชอบทำไมใส่ขนมมาให้เหล่าขันทีน้อย" เริ่มตีรวนเล็กน้อย
"แล้วที่บอกว่า อั้ง ยี่ อั้ง ยี่ (แดง คู่) นี่มันอะไร" เอี้ยกงกง มองเห็นลูกเต๋าไหลริน ก็พอจะเดาได้ว่าตนเองเข้าใจผิดไป
" ไม่นะ ท่านกงกง เหล่ากงกงน้อย ร้องเล่นกัน ที่ตัวเองพนันต่อรอง ลูกเต๋า แล้วที่ข้าน้อยได้ยิน ก็ได้ยินว่า อึ้ง ยี่ อึ้ง ยี่(เหลือง คู่) " เล้าอุกอิก ลื่นไหล คิดเปลียนเรื่อง
"ท่านกงกง มีพลังฝีมือเลิศล้ำ เพียงแค่กรีดนิ้ว ประตูไม้หนาถึงกับแตกกระจาย ช่างเป็นยอดวิชาไร้ผู้ต่อต้าน"
เอี้ยกงกง ชอบคำสรรเสริญเป็นชีวิต เพราะฝีมือที่ฝึกมาได้ จะไปจัดการกับใคร ก็ไม่มีใครใครมายุ่งด้วย กว่าจะผ่านองครักษ์มากมาย ดังนั้นฝีมือที่ฝึกได้ยากเย็น แล้วรักษามาได้ถึงวันนี้ ไม่มีใครได้เห็น ช่างเป็นเรื่องเสียเปล่าแท้ๆ
"เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ข้าได้ยินว่า มีวิชาดัชนีที่เป็นสุดยอด ไม่รู้ว่าจะสามารถเทียบได้กับวิชาดัชนีของ กงกงได้ไหม"
" แคก แคก อันนี้ก็ไม่รู้ซินะ " กงกงยิ้มอย่างภูมิใจ
" เล้าอุกอิก เจ้านี่เหมาะที่จะทำงานให้ข้าจริงๆ เจ้ามีลูกชายวัยไม่ถึงสิบขวบใช่ไหม" เอี้ยกงกงถาม
เหงื่อผุดขึ้นมาบนใบหน้า อย่างไม่รู้ตัว เมื่อถูกถามถึงลูกชาย จากความคิดว่า เสียแหวนไปสามวงแทบขาดใจ แต่ได้ชีวิตกลับคืนมา ก็คุ้มค่า ดีกว่าไม่เสียแหวนแต่เสียชีวิต แต่ถ้าเอาลูกชายไปทำขันที สกุลเล้าคงหมดสิ้น ในรุ่นที่สิบห้า
"ลูกชายของข้า ขัดหูขัดตา ทำอะไรไม่เป็น ว่ายาก สอนยาก อยู่กับใครก็ลำบาก " เล้าอุกอิกรีบบอก
" เหอ เหอ ดีมาก ที่ข้าต้องการ คือเด็กมีปัญหานี่แหละ แสดงว่ามีความคิด อยู่ที่ไหนก็เดือดร้อนที่นั่น "
แคก แคก แคก
"พรุ่งนี้ ให้เอาลูกชายเจ้า ไปฝากฝังไว้กับ วัดฝ่าซันซือ บอกมันว่า ถ้าฝึก 72ฝ่ามือยูไลไม่ได้ ข้าจะไปฆ่ามันเอง แต่ถ้าฝึกสำเร็จเมื่อไร ข้าจะมอบทุกอย่างให้ " แคก แคก ดวงตาแวววาว
เล้าน้อย จับโหงวม้านาว ชีวิตก็เปลี่ยนไป
To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
ชอบอ่านสนุกดีแต่ขอให้เป็นเรื่องในนิยายก็พอแต่บังเอิญมันอิงๆใกล้กับสถานการณ์ในปัจจุบันนี่ดิชักไม่หนุก
ตอบลบติดตามต่อครับ
ตอบลบขึ้นหลังเสือ ลงเมื่อไร ตายเมื่อนั้น
ตอบลบรอลุ้นตอนต่อไปคะ
ตอบลบกำลังสนุกเจ้าค่ะ นั่งรอตอนต่อไป เล้าน้อย จับโหงวม้านาวเอ๋ย เจ้าจะเป็นอย่างไรน้ออออ
ตอบลบเรื่องราวน่าติดตามครับ
ตอบลบสนุกค่ะกดไลค์ รอติดตามตอนต่อไป
ตอบลบ555 ปังเตอหลูเอี้ยกงกง เล่าอุกอิก ชอบๆค่ะ อิอิ
ตอบลบมะเนก็จึงห้าว
ตอบลบเอี้ยกงกง.. ตงฟางปุ้ป้าย ที่แท้ม้านาว.. ก็งักปุกคุ้ง ล้วนแล้วแต่..ตอหด กันท้างน้าน 555
ตอบลบเจ้าเล้าอุกอิกนี่สันดาน..เอ้ย.นิสัยเหมือนใครนะ
ตอบลบ