ดัชนีโลหิต

ดัชนีโลหิต

วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 3 สมควร นับถือ..



บทที่ 3  สมควร  นับถือ..

เสียงสูงบาดแก้วหู ของใครคนหนึ่ง
"พี่  ฉันว่าวันนี้เกิดเรื่องใหญ่ "
" อะไรของเอ็งวะ "
เสียงเครื่องยนต์ ดังกระหึ่มเป็นจังหวะ พร้อมความรู้สึกที่โยนไปมาซ้ายขวา ดังอยู่ในกระแสคลื่น

"เมื่อกี้ไอ้พวกอาชีวะ ห้าหกคนข้างหลังมันว่า  มันโชคดีอะไรของมัน เจอตัวหายาก เดี๋ยวลงป้ายนี้กลับไปเก็บให้หมด "  เสียงผู้หญิงละล่ำละลัก
" เออ ช่างหัวมัน "
"พี่ดูไอ้นี่ดิ  นั่งหลับน้ำลายไหล ตั้งแต่ป้ายแรก นี่จะสามย่านแล้ว มันยังไม่ตื่นเลย"
" อืมมม "
" พี่ ฉันว่า มันเรียนที่นี่นะ มันใส่เสื้อมหาลัยนี้  แต่หน้าตามันยังกะเผ่าปิ๊กมี่ ในสารคดีเมื่อคืน " เสียงขำๆ
" เออ ว่ะ"  เสียงผู้ชายขำๆ  สลับกับเสียงเครื่อง

"ได้ยินนะโว้ยย"
แม้จะหลับตาอยู่ แต่สมควร นับถือ นิสิตหนุ่มก็ตื่นมาสักพักแล้ว แต่ยังเมามันกับการโยกซ้ายขวา ไปกับจังหวะของรถเมล์

"โธ่ ไม่รู้เรื่องเลย ยัยป้าเป๋ารถ  ไอ้พวกนั้นมันจะไปจับโปเกมอน ไม่ได้ไปตีกะใครซะที่ไหน  คงไม่รู้เรื่องอะดิ  แล้วนี่มาว่าเราเป็นปิ๊กมี่ เดี๋ยวโดนฝ่ามือสยบมาร"  บอกกับตัวเอง ก่อนปล่อยใจไปกับกระแสจินตนาการ


..,,,
,,,


ทะเลคลื่นลมแรง  เรือน้อยพร้อมจะอับปาง  กระโดงเรือส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เอียงจนแทบจะติดน้ำ  ที่หัวเรือกลับมี บุรุษหนุ่มหล่อเหลาปานสลักจากหยก ยืนนิ่งดุจเทพเจ้าแห่งท้องทะเล

ทะเลน่ำไฮ้ ไร้ปรานี  จริงสมคำร่ำลือ แต่เสียงเล่าลือว่ามีของวิเศษเกิดขึ้น นำพาเอาชาวยุทธหลั่งไหลมารวมกัน บนเรือลำนี้ จากที่เห็นอาจจะมียอดฝีมือสักยี่สิบกว่าคน..

คลื่นลมแรงขนาดนี้ดูท่าว่า คงจะไปไม่ถึงเกาะวงพระจันทร์  พวกเป็ดบกว่ายน้ำไม่เป็นคงไม่อาจหนีความตายจากทะเลที่บ้าคลั่งนี้

อาศัยความโลภอยากได้ของวิเศษ นำเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ ตายอย่างไม่สมควร ชีวิตมีค่าเพียงเสียงเล่าลือ เป็นดั่งหมอกหนา มองข้างหน้าไม่เห็นแต่กลับต้องเสียอนาคตที่สดใส มาทิ้งชีวิตในม่านหมอก ที่หาทางไปไม่ได้  น่าสมเพชยิ่งนัก

กว่าสองชั่วยามที่คลื่นลมโหมกระหน่ำ จนหยุดนิ่ง มองเห็นเกาะวงพระจันทร์อยู่ที่ขอบฟ้า

"รอดตายแล้ว รอดตายแล้ว" เสียงอื้ออึง จากผู้ร่วมเดินทาง ความรู้สึกที่ร่วมเป็นตายกันเมื่อสักครู่ กลับสลายหายไปทันที

ทุกคนเริ่มขยับ อาวุธที่ติดตัว แยกตัวออกเป็นกลุ่ม ต่างพูดกันถึงเรื่องเสียงเล่าลือ

,,,,,,,
,,


นี่นายสมควร  ถ้าเธอคิดจะเอาเหรียญทองแข่งหลับ เธอคงได้แน่ ........ ครูว่า

ไอ้ควร มีงอยู่เผ่าไหน...........เพื่อนว่า

สมควร..  เมื่อไหร่จะเขียนบทเสร็จ นี่มันเดือนนึงแล้ว เดี๋ยวไม่ทันแสดงตอนกลางเทอมนะวุ้ย จะเอาเรื่องแนวไหนหว่า.......... สมาชิกชมรมว่า




นายสมควร  นามสกุลนับถือ   นิสิตหนุ่มหน้าตาต่ำกว่าธรรมดานิดหน่อย  นัยน์ตาชวนฝัน มีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา คนอารมณ์ดี แบบที่มีคนรักใคร่ อยากเข้าใกล้ อยากเอาไว้แทน ตัวมุ้งมิ้งลูบหัวเล่น



นายสมควรก็เป็นที่รักของเพื่อนพ้อง เข้าสู่ชมรมการละคร รับเขียนบทให้กับเพื่อนๆ ตั้งแต่เป็นนิสิตปีแรก เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในประสาทการรับรู้ของนายสมควรแล้ว ก็แปรเปลี่ยนเป็นโลกจิตนาการ

จะมีดีก็เรื่องเขียนตามจินตาการนี่แหละ นอกนั้นวิชาอื่น คาบเส้น ปริ่มๆ น้ำจมมิจมแหล่

นายสมควร ก็เหมือนทุกคน รักอิสระ มีความเป็นตัวตนสูง มีโลกส่วนตัวที่คนอื่นเข้าไปไม่ถึง แม้จะต้องอยู่กับการบ้านการเมืองที่ปั่นป่วน แต่ก็สามารถปรับภาพความจริงให้กลับมาเป็นภาพที่ตัวเองพอใจ ที่จะมีที่อยู่ในสังคมนั้น

ด้วยความเป็นหนุ่มบ้านนอก หน้าตาชนบท ร่ำเรียนเขียนอ่านพอผ่าน ในโลกจริง
แต่ก็เป็นบุรุษหน้าหยก หล่อเหลาปานเทพเจ้า สามารถในเรื่องกระบี่ ภาพวาด พิณ โคลง ในโลกจินตนาการ

"เอ้า มัวแต่เหม่ออยู่นั่น จะกินอะไร คนอื่นรอต่อแถวยาวถึงพระรามเก้าแล้ว" เสียงแม่ค้าข้าวแกง ปลุกให้หลุดจากภวังค์
" ปาท่องโก๋ร้านนั้น กรอบนุ่มนะ เธอเอาไหม " เสียงแว่วๆ ของเพื่อนสาวนักศึกษา

.......
..


อิ่วจาก้วย  มีกระบี่เป็นอาวุธ ฝึกฝนมาตั้งแต่หัดเดิน ได้รับประสบการณ์พิศดาร กำลังภายในเลิศล้ำ
มีคนถึงกับบอกว่า นายน้อยท่านนี้ เลิศทั้งบุ๋นทั้งบู้  โคลงกลอน ภาพวาด พิณ กระบี่ ล้วนหาใครใต้หล้าเสมอได้ยาก  มีคนต่อแถวยาวไปถึงสะพานเก้าเลี้ยว เพื่อขอให้เขียนคำอวยพร ขอให้แสดงพลังฝีมือ



อิ่วจาก้วย ผนึกกระบี่เป็นอันเดียวกับจิตใจ เข้าสู่สภาวะกระบี่อยู่ที่ใจ ทะยานทีเดียวสามวา ชี้ปลายกระบี่เข้าหาสัตว์ร้ายในตำนาน มีผิวหนังแข็งแกร่ง ดุจเกราะ ตัวเหลืองหูยาว

เหล่าผู้ร่วมทางที่รอดชีวิตจากคลื่นลม ผ่านท้องทะเลมาได้ กลับกระจัดกระจายสภาพศพไม่สมบูรณ์
อิ่วจาก้วย ใช้พลังบริสุทธิ์ ขับดันกระบี่จนพลังกระบี่เป็นเส้นพุ่งวาบเข้าสู่ ตัวประหลาดเป็นแผลทางยาว ในจังหวะที่ตัวประหลาดหูยาว ยืนงงส่งเสียงร้อง



อิ่วจาก้วย หยิบตลับแป๊ะอั้ง ( ขาวแดง) ที่ได้จากถ้ำในหลืบเขากลางทะเล น้ำไฮ้

"เสร็จข้าล่ะ เจ้าปี๊กาจู "
สัตว์ประหลาดตัวเหลืองหูยาว กลายเป็นหมอกควันม้วนตัวเข้าไปในตลับแป๊ะอั้ง..



To be continuted 須載 โปรดติดตามตอนต่อไป
อิ่วจาก้วย  ชื่อจริงของขนมแป้งทอดที่คนไทยเรียก ปาท่องโก๋

11 ความคิดเห็น:

  1. มุ่งมั่น ไม่หวั่นไหว ไปให้ถึง จุดมุ่งหมาย

    ตอบลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  3. หึหึ..ว่าแล้ว ปีกาจู..ข้าว่าแล้ว หึหึ

    ตอบลบ
  4. หึหึ..ว่าแล้ว ปีกาจู..ข้าว่าแล้ว หึหึ

    ตอบลบ
  5. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  6. บรรยายได้อรรถรส บริบทให้นึกภาพออก มาถึงตอนท้ายหัวเราะท้องแข็งเสียงดัง...จับปิ๊กาจู นี้เองค่ะ 555

    ตอบลบ
  7. ไม่มีอะไรในกอไผ่

    ตอบลบ
  8. สุดยอดเลยซือแป๋..​ เอาอีก เอาอีก แล้วอิ่วจาก้วยจะเจอกับเอี้ยกงกง เอี้ยจิงจิง เมื่อไหร่หละเนี่ย.. แทบทนรอไม่ไหว

    ตอบลบ